Back to Home

Leader Murder Series : A Tooth for A Fang [Chapter 02]

Copyrights ©2015 A Tooth for A Fang by Liv Olteano

Copyrights arrangement with Dreamspinner Press and The Reading Room Co., Ltd.

 

บทที่ 2

 

พอเราไปถึงโรงพยาบาลทุกอย่างก็เกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ ทุกคนวิตกกับอุณหภูมิที่สูงอย่างเหลือเชื่อของผมแถมยังสติแตกกับแผลบนบ่าที่มีแนวโน้มว่าน่าจะติดเชื้อ ผมย้ำกับพวกเขาว่ามันเป็นรอยกัดฝากรัก หรือคิดเอาเองว่าคงใช่ ผมไม่แน่ใจนักว่าพูดจารู้เรื่องได้อย่างไร บุรุษพยาบาลคนหนึ่งใช้น้ำหอมกลิ่นมะลิ ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ ที่จับกลิ่นนั้นได้ ผมชอบผมหน้าม้าของเขาที่ตกระใบหน้า และเน้นแนวคิ้วสวยๆ ให้เด่นชัด ผมน่าจะเห็นชีวิตของตัวเองปรากฏขึ้นชั่วแวบหนึ่ง หรือเห็นกลุ่มหมอและพยาบาลที่กำลังมุงผมอย่างวิตก ขณะที่ผมเข้าไปในอุโมงค์อะไรสักอย่าง แต่เรื่องพวกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเลย แม้แต่กับประสบการณ์เฉียดตาย ผมก็ยังล้มเหลว ก็คงเหมือนทุกเรื่องที่ผมทำนั่นแหละ

ผมคงเพ้อเพราะพิษไข้ด้วยแน่ๆ เพราะผมคิดว่าเห็นใบหน้าของเทพบุตรฤดูร้อนของผมอยู่ในกลุ่มคุณหมอเป็นระยะ เขาดูหล่อเร้าใจสุดๆ ในเสื้อกาวน์สีขาว ซึ่งขับปอยผมสีเทาของเขาให้เด่นชัดขึ้น

 

ผมต้องหมดสติไปอีกครั้งแน่นอน เพราะผมมาฟื้นขึ้นในห้องพักผู้ป่วย ผมมองไปรอบๆ พร้อมอาการปวดหัวรุนแรงเหมือนถูกแทงที่สมอง มันเจ็บไปหมด แม้แต่หายใจก็ยังเจ็บ แสงที่ส่องเข้ามาจากหน้าต่างนั้นแสบตาจนต้องเบือนหนี ตอนนั้นเองที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังเห็นภาพหลอนอีกครั้ง เพราะเขาอยู่ตรงนั้น หนุ่มหล่อเร้าใจของผม นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง ยิ้มกริ่มและมองมาด้วยท่าทีพออกพอใจ เขาไม่ได้สวมเสื้อกาวน์สีขาว ซึ่งผมผิดหวังนิดหน่อย เพราะในภาพหลอนพวกนั้นเขาดูเซ็กซี่สุดๆ

“หวัดดี เจ้าหญิงนิทรา” เขาพูดขึ้น

ผมทำหน้าบึ้ง “มีแต่คนงี่เง่าที่พูดจาแบบนั้นตอนเห็นสภาพคนป่วยนอนโรงพยาบาล”

“งั้นนายก็คงจะสรุปได้ว่าฉันมันงี่เง่าสุดๆ ในอีกหนึ่งนาที”

เรื่องชักจะประหลาดขึ้นเรื่อยๆ แฮะ “ทำไมผมถึงจะสรุปแบบนั้นล่ะ ว่าแต่คุณเข้ามาได้ยังไง เราไม่เคยบอกชื่อกันด้วยซ้ำไป คุณเป็นหมอเหรอ”

เขาโน้มตัวลงมาแล้ววางศอกไว้บนหัวเข่า จากนั้นก็จ้องมองผม เตียงของผมสูงกว่าเก้าอี้ของเขา แถมเขายังโน้มตัวแบบนั้น ผมเลยต้องมองต่ำ มันทำให้ผมพอใจหน่อยๆ เพราะอะไรก็ไม่รู้

เขายิ้มนิดๆ “ฉันชื่อเทรวิส แชนด์เลอร์ ส่วนนายชื่อริค บาร์ตัน”

ผมพยายามยกตัวขึ้นจากหมอน แต่กล้ามเนื้อทุกมัดไม่ทำตามที่ผมสั่ง “คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง”

เขาถอนใจ เอนหลังพิงพนักและยกขาขึ้นไขว่ห้าง “เพราะฉันรู้จักนาย ริค ในเรื่องที่ลับเฉพาะด้วย ฉันยังรู้ด้วยว่านายเพิ่งถูกไล่ออก เพิ่งแยกทางกับเสี่ย ซึ่งตัดสินใจได้ดีนะ หมอนั่นมันเลว และนายส่งใบสมัครงานผ่านสำนักงานปราบปรามพิเศษ ยินดีด้วย นายได้งานแล้ว”

“แม่งเอ๊ย อย่ามาทำตัวถือไพ่เหนือกว่านะโว้ย เทรวิส แชนด์เลอร์ เขาเป็นแฟนผม ไม่ใช่เสี่ยเลี้ยง แล้วคุณเสือกไปรู้เรื่องนั้นได้ยังไง”

เขาหัวเราะเบาๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มแบบลึกลับเหมือนตอนอยู่ในทะเล มันทำให้ผมเสียวซ่านไปตามแนวสันหลังเหมือนครั้งก่อน เพียงแต่ตอนนี้ผมไม่ได้แข็งจนหน้ามืดตามัว มันจึงเร้าใจน้อยกว่าและให้ความรู้สึกน่ากลัวมากกว่า

“หยุดหัวเราะเสียที ไอ้ทุเรศ” ผมกัดฟันพร้อมหรี่ตาลง

ดวงตาสีดำคู่นั้นทอประกายร้ายกาจอีกครั้งเมื่อเขาสบตาผมนิ่ง “เห็นไหม ฉันเป็นไอ้ทุเรศไปแล้ว”

“นั่นไม่ได้ตอบคำถามของผม”

เขายักไหล่ “นายพูดถูก มันไม่ใช่คำตอบ ตอนเราพบกันที่ชายหาดเมื่อวาน มันไม่ใช่การเจอกันโดยบังเอิญด้วย”

“งั้นคุณก็เป็นพวกสตอล์กเกอร์ชอบตาม แถมเป็นคนทุเรศอีกด้วย เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่ล่ะ”

เขาถอนใจ “ฉันก็อยากปะทะคารมต่อนะ เจ้าหญิงนิทรา แต่เรามีเรื่องด่วนนิดหน่อย เอาละ สถานการณ์ของนายเป็นแบบนี้ นายไม่ได้เป็นหวัดลงกระเพาะ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เชื้อไวรัสที่จะมีใครยอมรับอย่างเปิดเผยว่ารู้อะไรเกี่ยวกับมัน”

ผมบีบสันจมูกตัวเอง ถึงแม้จะต้องออกแรงหน่อยก็เถอะ “นี่คือตอนที่คุณยอมรับว่าเป็นเอเลี่ยน และทำให้ผมติดเชื้อด้วยอสุจิประหลาดของคุณที่จะทำให้เอเลียนตัวจิ๋วๆ โผล่ออกมาจากท้องผมใช่ไหม”

เขาเดาะปาก “แบบนั้นมันน่าแหวะไปหน่อยนะ แต่ฉันว่ามันก็ดีอยู่ที่นายมีกระเพาะแข็งแรง เปล่าหรอก นายติดเชื้อไลแคนต่างหาก”

“นี่กำลังล้อผมเล่นใช่ป่ะ”

“ก็ถ้าเป็นแบบที่นายพูด ฉันต้องได้ฟาดนายก่อนสิ แต่เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ นายสมัครงานผ่านตัวแทนหางาน เพราะงั้นฉันเข้าใจว่านายไม่รู้อะไรเลย มันไม่มีแม้แต่ประเภทของงานแบบคร่าวๆ บอกไว้ด้วยซ้ำ นั่นบอกเราว่านายกำลังจนตรอก และเราชอบสิ่งนั้นในตัวผู้สมัคร นายได้รับเลือกแล้ว ถึงมีการกัดครั้งแรกไงล่ะ พอถูกกัดที่สอง นายก็จะกลายเป็นไลแคน แต่ถ้าเลือกเซรุ่ม นายก็จะมีสภาพคงเดิม แน่นอนว่ามันหมายถึงอาการปวดหัว คลื่นไส้ และไม่สามารถกินอาหารเกือบทุกชนิดลงท้องได้ นายอาจจะใช้ชีวิตแบบนั้นต่อไปได้อีกหลายปี บางคนทำได้นะ แต่ส่วนใหญ่ไม่รอดหรอก ในเมื่อนายเองก็อึดไม่ใช่น้อย ฉันเลยแน่ใจว่านายน่าจะไปได้สวย ว่าไหม”

ผมถอนใจ “นี่ต้องเป็นอาการประสาทหลอนที่บ้าบอที่สุดแห่งศตวรรษแหงๆ”

เขาลุกขึ้น หยิกแขนผมสุดแรง แล้วก็กลับไปนั่ง

“ทำบ้าอะไรของคุณ!” ผมแหกปากลั่น

“รู้สึกเจ็บรึเปล่าล่ะ จริงพอสำหรับนายหรือยัง นี่ไม่ใช่อาการประสาทหลอน และฉันไม่มีเวลาสำหรับเรื่องไม่ยอมรับความจริงบ้าบอนี่ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ ทำใจให้พร้อมและฟังฉันให้ดี ไม่มีเวลามากนักหรอก”

ท่ามกลางความสับสน คำพูดนั้นทำให้ผมสนใจ “คุณหมายความว่าไง ไม่มีเวลามากนัก”

เขาเอนหลังพิงพนัก “นายต้องตัดสินใจว่าจะรับการกัดครั้งที่สอง หรือนายอยากได้เซรุ่ม ถ้านายอยากได้เซรุ่ม ยิ่งนายรับมันเข้าไปเร็วเท่าไร นายก็จะรับมือกับมันได้ดีขึ้นเท่านั้น”

“อะไรนะ คุณมีปัญหากับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีหรืออะไรทำนองนั้นรึไง” ผมถามพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นกุมบ่าตัวเองไว้แน่น

เขาแค่นเสียง ดวงตาสีดำคู่นั้นเปลี่ยนไปจนเกือบเหมือนการสะกดจิต “ฉันตรวจดูข้อมูลของบรรดาผู้สมัครมาตลอด รายชื่อน่ะยาวเป็นหางว่าวทีเดียว แต่ฉันเลือกนาย ริค เพราะฉันคิดว่านายเหมาะสม ฉันอยากให้นายเลือกฉัน เลือกที่จะเป็นไลแคน ไม่ใช่เลือกเซรุ่ม แต่นายมีทางเลือก แม้มันดูไม่ยุติธรรมนัก ฉันก็จำเป็นต้องให้นายตัดสินใจเดี๋ยวนี้ คืนนี้”

ผมส่ายหน้า “ฟังนะพวก ผมเพิ่งสมัครงานในตำแหน่งอะไรก็ตามแต่ที่บริษัทหางานเสนอให้ก็จริง แต่ไม่มีการพูดถึงเรื่องเพี้ยนๆ นี่เลย ไม่งั้นผมคงไม่สมัครแน่ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการเป็นไลแคนอะไรนั่นคืออะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะเชื่อว่ามันมีจริงได้หรือเปล่า แล้วผมจะไปเลือกได้ยังไงกัน”

เขายืนขึ้นแล้วก้าวมาอยู่หน้าเตียง จ้องผมแน่วนิ่ง “ตั้งสติไว้ อย่าให้เป็นลมนะ พ่อจอมอึด” เขาพึมพำแล้วก็…กลายร่าง

ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย มีเขี้ยวเหมือนสุนัขงอกออกจากขากรรไกรที่กว้างขึ้น ส่วนครึ่งล่างของใบหน้ายื่นยาวออกมาเหมือนจมูกสุนัข กล้ามเนื้อทั่วร่างมีขนาดใหญ่ขึ้น ไม่ได้ใหญ่โตมโหฬาร แต่ก็เห็นได้ชัดเจนมากพอที่ผมจะเชื่อได้ มือของเขากลายเป็นกรงเล็บ ฝ่ามือมีขนาดใหญ่ขึ้น น่ากลัวมากขึ้น และผมอาจจะมโนไปเองก็ได้ แต่ผมคิดว่าเขาตัวสูงขึ้นด้วย ขนสัตว์งอกขึ้นปกคลุมผิวหนังทุกจุดที่ผมมองเห็น ขนสั้นๆ สีดำเงางามทำให้ผมคิดถึงเสือดำมากกว่าเรื่องเหนือธรรมชาติบ้าบอนี่ ส่วนดวงตาของเขาที่ยังเป็นสีดำสนิท ยิ่งคมกล้าขึ้นจนเหลือเชื่อตอนสายตาเขาจับจ้องผม

“นี่…” เขาออกเสียงพูดไม่ค่อยชัดนัก “คือรูปร่างหน้าตาของไลแคน นี่คือสิ่งที่นายจะสามารถกลายร่างเป็นได้ด้วยการกัดครั้งที่สอง”

“ผมคิดว่าผมเพิ่งฉี่ราด” ผมพึมพำ

เขาแค่นเสียง “ไม่หรอก นายไม่ได้ฉี่ราด”

ผมสั่นศีรษะอย่างตื่นตะลึง “งั้นคุณก็ดูเหมือน…ไลแคน แต่คุณคิดและทำตัวเหมือนมนุษย์ใช่ไหม พอกลายร่างแล้วคุณอยากจะทำอะไรบ้างรึเปล่า อย่างเคี้ยวเฟอร์นิเจอร์ หรือกินผม หรืออะไรทำนองนั้นน่ะ”

เขากลอกตา “ตลกมาก ไม่หรอกน่า ฉันมีสติดีและยังเป็นมนุษย์อยู่ ถ้านั่นคือสิ่งที่นายข้องใจ”

“ชอบที่พูดไม่ชัดนะ” ผมพูดแล้วกะพริบตาช้าๆ

“จูบตูดฉันเลยสิ จอมอึด” เขาพูดพร้อมยิ้มกริ่ม คิดว่านะ

มันออกจะยากที่จะบอกว่าปากที่ยื่นยาวนั้นพูดว่าอะไร แต่มันฟังเหมือน ‘จุ๊บตดฉันเลยสิ’ ซึ่งผมพบว่ามันน่าตลกสุดๆ แต่ก็ไม่มากพอให้หัวเราะออกมาจริงๆ หรอก เรื่องมันบ้าบอซะขนาดนี้ แต่มันก็น่าขำอยู่ดี

“โอเค งั้นผมก็ตื่นเต็มที่และไม่ได้เห็นภาพหลอนสินะ ใช่สิ แล้วในเมื่อผมจะต้องกลายเป็น…ตัวแบบนี้ ผมจะใช้ชีวิตต่อไปแบบไหน ผมอยากรู้ก่อนเลือก”

เขาพยักหน้า “ยุติธรรมดี ถ้าเลือกถูกกัด นายจะกลายเป็นทีม…ของฉัน”

“คุณหมายถึงฝูงใช่ไหม” ผมถามอย่างไม่กระตือรือร้น

“เอิ่ม ก็ใช่ ทำนองนั้นแหละ ในทางเทคนิคแล้ว อย่างน้อยเราต้องมีตัวที่สามถึงจะเป็นฝูงได้ แต่เรื่องนี้น่ะเป็นแบบนี้มากกว่า ฉันจะเป็น…เอ่อ เจ้านายของนาย แล้วก็…”

“คุณหมายถึงจ่าฝูงสินะ เรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว”

เขากลายร่างกลับสู่ร่างมนุษย์และหัวเราะเบาๆ “สงสัยฉันจะต้องขอบใจบรรดาหนังกับหนังสือสำหรับเรื่องนั้น ท่าทางนายจะพอรู้แล้วว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง”

“ใช่ พูดถึงเรื่องนั้น… ผมจะกลายร่างเป็นหมาป่ากระหายเลือดในคืนจันทร์เต็มดวงไหม”

“ไม่หรอก ก็ไม่เชิง มนุษย์หมาป่าเป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างจากไลแคน ดวงจันทร์ไม่ส่งผลต่อเราแบบนั้น และเราไม่ได้กลายร่างเป็นหมาป่าด้วย อาจมีคุณสมบัติบางอย่างของหมาป่าติดมาบ้าง เช่นการแสดงอำนาจเหนือกว่าและมีพลังขับเคลื่อนในฝูง การกินอาหารตามลำดับตำแหน่ง สัญชาตญาณในการออกล่า การร่วมคู่ และการมีเขตแดนเป็นของตัวเอง แต่เราถูกห้ามไม่ให้ตั้งฝูง ในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานสืบสวนเรื่องเหนือธรรมชาติ และผลประโยชน์ที่ได้ก็คุ้มกับการทำตามกฎ”

“อาฮะ ดี เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ” ผมพึมพำขณะคลึงขมับไปมา

เขาแค่หัวเราะเบาๆ และจ้องมองผมด้วยสายตาที่ทะลุไปถึงหัวใจ จากนั้นก็มานั่งที่ริมเตียง ถึงจะไม่ได้เข้ามาใกล้เกินไปนัก ก็ดูจะเต็มตาผมอยู่ดี

“ฉันกำลังเสนอชีวิตใหม่ให้กับนาย” เขาพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “การเริ่มต้นใหม่เอี่ยมในโลกที่จะไม่ทำให้นายล้มเหลว ฉันมีชีวิตที่ยอดเยี่ยมในฐานะไลแคน ฉันต้องการ ฉันได้มา และฉันสนุกกับมัน ฉันทำตามกฎพื้นฐาน แต่ส่วนใหญ่แล้วฉันเป็นอิสระ นายควรจะลองดูนะ ริค นายควรจะพยายามเป็นอิสระบ้าง”

ผมแค่นเสียง “คุณช่วยผมให้เป็นอิสระได้งั้นสิ เพราะคุณสะกดรอยตามดูผม ตามผมไปถึงชายหาด ลงมือกับผม ทำให้ผมถึงจุดสุดยอดแล้วก็กัดบ่าผม คุณคิดว่าคุณเป็นอิสระหรือ คุณคิดว่านี่คือรสชาติของอิสรภาพหรือไง”

เขายักไหล่ “ฉันกำลังบอกว่านายมีโอกาสที่จะได้เป็นสิ่งที่ดีกว่า สำคัญกว่า สิ่งที่เป็นอิสระ”

“อ้อ” ผมพูดแล้วเบือนหน้าจากเขา “ผมไม่เห็นด้วย”

“งั้นเหรอ”

“สิ่งที่คุณทำบนชายหาดเมื่อวานนี้ มันไม่เกี่ยวข้องกับอิสรภาพเลย คุณพรากทางเลือกไปจากผมตอนที่กัดบ่าผม คุณทำให้ผมมีทางเลือกน้อยลง เพื่อผลประโยชน์ของคุณเอง นั่นไม่ใช่อิสรภาพ”

เขาหัวเราะหึๆ น้ำเสียงอันตรายทำให้ผมเสียวสันหลังวาบ และทำเอาขนอ่อนๆ บนหลังคอลุกชัน

“เอาละ ริค ดูเหมือนนายจะเข้าใจผิดหมดนะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงพออกพอใจอย่างยิ่งยวด “ฉันไม่ได้พูดถึงอิสรภาพของนาย ฉันพูดถึงของฉันต่างหาก เพราะถ้าเราคนหนึ่งจะได้เป็นอิสระ อีกคนจะต้องมีทางเลือกที่จำกัดมากๆ”

ผมสั่นศีรษะ “คุณนี่มันสารเลวจริงๆ”

เขายักไหล่ “เคยโดนเรียกแย่กว่านั้นมาแล้ว บางครั้งฉันก็ทำตัวเข้ากับคนยาก แต่ฉันจะสัญญากับนายว่า ถ้านายรับรอยกัดของฉัน ฉันจะซื่อสัตย์กับนายไปจนวันตาย เราจะเป็นทีมเดียวกัน เราจะทำงานร่วมกัน เราจะทำงานอย่างเต็มที่ สนุกให้สุดเหวี่ยง และได้ทุกอย่างที่เราสมควรได้รับ”

ผมส่งเสียงขึ้นจมูกดังๆ “พยายามจะเป็นเสี่ยคนใหม่ของผมงั้นสิ”

“ฉันอาจจะอยากให้เรามีอะไรกัน บางครั้งก็อาจจะมากกว่าอยากทำอย่างอื่นด้วยซ้ำไป มันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นฐานความผูกพันของเรา ถ้านายเลือกจะเป็นไลแคน บางครั้งนายก็อาจจะอยากให้เรานอนกันด้วย แต่เราไม่จำเป็นต้องทำ อย่าคิดว่ารอยกัดมาพร้อมกับข้อผูกมัดแบบนั้น ฉันเคยมีคู่หูหลายคนที่ไม่ได้เป็นคู่นอน และเราเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมด้วย”

ฟังเหมือนเขามีคู่หูเยอะแยะเลยแฮะ “แล้วตอนนี้พวกเขาไปอยู่ไหนล่ะ คู่หูทั้งหมดของคุณน่ะ”

เขาหลบสายตาพลางใช้รองเท้าขูดพื้นไปมา “พวกเขาเดินหน้าต่อไป เกือบทุกคนเลย นายจะไม่ติดหนึบอยู่กับฉันไปตลอดกาลหรอก”

“ถึงอย่างนั้น ผมก็คิดว่าผมอยากรู้ว่ามันมาพร้อมกับอะไรบ้าง ถ้าผมต้องตัดสินใจในเรื่องนี้”

เขาพยักหน้า “งั้นก็ยุติธรรมดี ฉันทำงานให้พีบีไอ องค์กรที่ดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการสืบสวนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ ถ้านายรับรอยกัดที่สอง นายจะกลายเป็นคู่หูของฉัน นายจะได้ที่อยู่ เงินเดือนงามๆ  ชั่วโมงการทำงานอาจยาวนาน แต่นายจะพบว่าตัวเองรักมัน นายไม่จำเป็นต้องปรับตัวจากการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ มากนักหรอก แต่นายจะได้สิทธิประโยชน์จากชีวิตแบบใหม่ มีกฎหลักอยู่ข้อเดียว เชื่อฟังสภา ห้ามเล่าเรื่องเราให้กับมนุษย์ที่ไม่ได้รับการอนุมัติฟัง ทั้งสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเป็น หรือเรื่องร้ายๆ เหนือธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น ส่วนฉันก็จะเป็นจ่าฝูงของนาย ซึ่งแปลว่านายจะไม่สามารถขัดขืนฉันได้ไปสักระยะ”

“เจ๋งโคตร” ผมประชด

“ฉันไม่ได้สนใจจะทำให้นายมีความสุขหรอกนะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้”

ผมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง “คุณพูดเหมือนคุณอาจจะทำ”

เขายิ้มกว้าง “ถ้านายขอฉันดีๆ ละก็…”

“จูบก้นผมเลยดีกว่า!” ผมสวนกลับขณะชีพจรเต้นเร็วขึ้น

“อืม… ฉันอาจอยากทำแบบนั้นด้วย แต่ไม่ใช่ตอนนี้”

ผมสั่นศีรษะ “ทั้งหมดนี่คุณพูดจริงใช่ไหม ผมจะได้แบบยกชุดเลย ทั้งเรื่องปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอกจนขนฟู งานใหม่ บ้านด้วย ทั้งหมดนี่เลยเหรอ”

เขาพยักหน้า “ทั้งหมดที่นายต้องทำคือรับมือฉันให้ได้ หลักๆ ก็ประมาณนั้น”

“ฟังดูเป็นข้อตกลงที่ดีเยี่ยมอยู่นะ ยกเว้นเรื่องสุดท้ายนั่น”

เขายักไหล่ “นั่นจะเป็นแค่ชั่วคราว พอนายตั้งหลักกับชีวิตใหม่ได้ และพิสูจน์ตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดีพอ ฉันจะมอบรอยกัดที่สามให้นาย แล้วนายจะเป็นอิสระจากการนำของฉัน แต่แน่นอนว่านายต้องทำตัวให้น่าเชื่อถือมากๆ ถึงจะได้รอยกัดที่สาม เพราะมันคือเกียรติสูงสุดของไลแคน ทันทีที่นายได้รับ เราอาจจะทำงานด้วยกันต่อไป หรือแยกทางกัน แล้วนายก็จะมีสิทธิ์ได้ทีมเป็นของตัวเอง”

ผมมองเขาอย่างระแวง “ถ้าผมเลือกเซรุ่มล่ะ”

เขายักไหล่ “นายก็จะติดอยู่กึ่งกลางของสองสภาวะ แต่ถ้านายรับมันเข้าไปเร็ว นายก็จะได้ใช้ชีวิตตามปกติ แบบที่มีอาการปวดหัว คลื่นไส้ กินอะไรไม่ลง แต่เป็นมนุษย์ ไม่มีลักษณะเฉพาะของไลแคนเหลืออยู่เลย”

ผมแน่ใจว่ามีอีกมากที่เขาไม่ได้บอกผม แต่นั่นคือประเด็นสำคัญไม่ใช่หรือ การให้ผมตัดสินใจด้วยข้อมูลเพียงน้อยนิดภายใต้แรงกดดัน ผมไม่ได้ไร้หัวคิดนะ “แล้วองค์กรพีบีไอนี่ มันคืออะไรกันแน่”

เขาถอนหายใจ “พีบีไอเป็นหน่วยงานที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ พวกเขาว่าจ้างสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติทุกประเภท และเราทำงานภายใต้กฎระเบียบข้อบังคับ เผื่อว่านายสงสัย”

“แต่คุณมีอิสระในการเลือกเพื่อนร่วมทีมหรืออะไรก็ตามที่คุณจะเรียกสิ่งที่ผมจะเป็นด้วยการกัดสินะ”

เขายิ้มพราย “อ๋อ ใช่ ทางพีบีไอจะไม่กำหนดตัวคนที่ไลแคนจะทำงานด้วย เพราะเราขึ้นชื่อว่ามีปฏิกิริยาดุร้ายกับคู่หูที่เราไม่ได้เลือกเอง”

ผมขมวดคิ้ว “ดุร้ายแค่ไหน เอาให้ชัดๆ”

เขายักไหล่ “พวกเขาพยายามกำหนดตัวคู่หูให้ฉันมาสักระยะแล้ว ฉันขย้ำคอหล่อนจนฉีกขาดทันทีที่เรากลายร่างแล้วหล่อนทำให้ฉันโมโหสุดๆ”

ผมตัวสั่นขึ้นมาเลย “แล้วอะไรจะรับประกันได้ว่าคุณจะไม่ทำแบบเดียวกันนั้นกับผม”

“อ๋อ นายน่ะปลอดภัยแน่ ฉันถูกใจนายมากเลยนะ ตอนอยู่ที่ชายหาด นั่นเป็นการทดสอบ มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณว่าฉันจะยอมรับหรือปฏิเสธนาย ถ้าฉันไม่รับ ตอนเรากลายร่าง ฉันก็จะขย้ำคอนาย อย่างที่เรารู้กันนั่นแหละ ฉันมีปฏิกิริยาด้านบวกต่อนายอย่างชัดเจน สิ่งเลวร้ายที่สุดที่นายจะคาดหวังจากฉันได้ก็คือฉันพยายามกระเด้าขานาย”

ผมกะพริบตาปริบๆ มึนไปกับคำพูดที่ไม่ถูกต้องตามบรรทัดฐานของสังคม รวมถึงสายตาจ้องเขม็งน่าตื่นเต้น เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ และรอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะ

“คุณพูดเล่นใช่ไหม” ผมถามเสียงเบา

เขาแค่นเสียงและตบแขนผมเบาๆ “เย็นไว้ เจ้าหนูริคกี้ นายอยู่ในความดูแลของยอดฝีมือแล้ว” เขาพูดพลางขยิบตา

ผมตัวสั่นอย่างแรงจนต้องเอนหลังพิงหมอน ส่วนเขานั่งตรงปลายเตียง จับตาดูผม

“นายรีบตัดสินใจซะเถอะ ถ้าได้เซรุ่มช้าไป นายจะมีชีวิตบัดซบที่แสนสั้น”

“มันบัดซบไปเรียบร้อยแล้ว” ผมพูดลอดไรฟันที่ขบกันแน่น

“ริค รอยกัดหรือเซรุ่ม? เวลาเหลือน้อยลงเรื่อยๆ นะ”

ตอนผมส่งใบสมัครนั่นไปที่องค์กรแห่งหายนะ ผมรู้อยู่แล้วว่ามันมีอะไรทะแม่งๆ มันไม่มีรายชื่อตำแหน่งหรืออะไรอื่นเลย แต่แกร์รี่เพื่อนผมแนะนำงานนี้ให้ บอกว่าพวกนั้นเปลี่ยนชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง ผมว่าพวกนั้นเปลี่ยนเขาน่ะสิไม่ว่า สักวันผมจะต้องหาทางคุยกับแกร์รี่ให้จงได้

ผมเหงื่อแตกทั้งตัว อาการสั่นเทาบรรเทาลง แต่ทุกตารางนิ้วในร่างกายของผมปวดไปหมดราวกับถูกรถบรรทุกชน ชีวิตที่ต้องทรมานแบบนี้เนี่ยนะ ไม่เอาละ ขอบใจมาก ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนลมหายใจออก แล้วสูดเข้าอีกสองครั้ง จากนั้นลืมตาขึ้นแล้วมองเขานิ่ง

“เอาเลย กัดซะ”

เขาจุดรอยยิ้มร้ายกาจ โน้มตัวมายังจุดเดียวกับที่เขาขบเมื่อวาน แล้วกัดอย่างแรง ผมเจ็บจนร้องเสียงหลง แต่เขาเอามือปิดปากผมไว้จนเสียงที่หลุดออกมาเป็นแค่เสียงอู้อี้ ความแสบร้อนที่รุนแรงกว่าครั้งแรกแผ่ซ่านจากจุดที่เขากัดไปทั่วร่าง

เขาโน้มตัวมากระซิบข้างหู พลางซุกไซ้เรือนผม “ฉันเลือกบอกอะไรๆ ให้นายรู้น้อยกว่านี้ก็ได้นะ เจ้าหนูริคกี้” เขากระซิบ “แล้วตอนนี้ฉันก็เป็นเจ้านายของนายแล้ว เจอกันเร็วๆ นี้”

 

ในวันที่สองที่ได้รู้จักเขา ผมเพิ่งมารู้ตอนนั้นเองว่า เทรวิสนั้น นอกจากจะเป็นคนเหลือทนจนไม่สามารถจะทนอยู่ด้วยได้ ยังเป็นคนที่จะอยู่โดยปราศจากเขาไม่ได้อีกด้วย

 

 

=======================================

ผลงานชิ้นนี้มีลิขสิทธิ์ และได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558

ดำเนินการแปลเป็นภาษาไทย เผยแพร่ ผลิต และจัดจำหน่าย โดยบริษัท เดอะรีดดิ้งรูม จำกัดเพียงผู้เดียวในประเทศไทย

ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้เป็นการส่วนตัว หรือในเชิงพาณิชย์

=======================================

Recent Comments

  • Phummarin P
    สิงหาคม 23, 2016 - 3:31 pm ·

    แอรรรรรรร้ พาร์ทที่แล้วว่าแซบแล้ว
    พาร์ทนี้แซบกว่า! โดนใจกว่า!

    ต้องการนิยายวายแบบนี้มานานแล้ว
    ภาษาดิบเถื่อน แต่มีนัยยะในตัวอักษร
    อ่านแล้วสัมผัสบรรยากาศในเรื่องได้ชัดเจน
    ฮือชอบมาก ทำไงดี T^T

Leave a Reply