Back to Home

Leader Murder Series : A Tooth for A Fang [Chapter 03]

Copyrights ©2015 A Tooth for A Fang by Liv Olteano

Copyrights arranged with Dreamspinner Press and The Reading Room Co., Ltd.

 

 

 

 

บทที่ 3

 

ผมสงสัยจังว่าใบหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงไปทุกครั้งเมื่อเขี้ยวงอก หรือมันแค่ยื่นยาวออกมาเมื่อต้องการ แบบเดียวกับกรงเล็บที่หดกลับได้แบบนั้น แต่ผมไม่มีโอกาสได้ถาม เจ้าบ้านั่นลุกขึ้นแล้วหายตัวไปซะงั้นระหว่างที่ผมหมดสติ วินาทีหนึ่งเขาอยู่ตรงนั้น วินาทีต่อมาพยาบาลกับหมอก็พุ่งเข้ามาพร้อมเครื่องมือที่ส่งเสียงปี๊บๆ รอบตัว พวกเขาจิ้มตัวผมสองสามครั้ง แล้วบอกว่าผมจะไม่เป็นไร ผมว่าไม่ใช่แน่ๆ  แล้วก็หลับใหลไปโดยปราศจากความฝัน

สิ่งต่อมาที่ผมรับรู้คือ ผมอยู่ในอีกห้องหนึ่ง คุณหมอผู้หญิงหน้าตาดีมากๆ กำลังตรวจดูชาร์ตผลตรวจที่ปลายเตียง และห้องที่ผมนอนนั้นไม่ใช่ห้องที่ผมหมดสติไป

“ที่นี่ที่ไหน” ผมถามด้วยเสียงแหบๆ

เธอสะดุ้งราวกับเพิ่งนึกออกว่าผมอยู่ห้องเดียวกับเธอ คุณหมอสาวสวมแว่นตากรอบหนา เธอใช้มือซ้ายดันมันขึ้นไปอยู่ที่ดั้งจมูก ตัวเธอยังมีกลิ่นเหมือนลาเวนเดอร์ ซึ่งเป็นกลิ่นที่ผมไม่ควรจับได้เลย เว้นแต่เธอลงแช่ในอ่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นลาเวนเดอร์หอมๆ นั่น

“ไง” เธอทักเสียงแหลม

ผมไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือสติแตกไปเลยดี แต่กลิ่นลาเวนเดอร์นั่นกำลังทำให้ผมเพี้ยน ผมได้ยินเสียงฟืดฟาดเหมือนสุนัขกำลังดมอะไรสักอย่าง แล้วถึงรู้ตัวว่ากำลังสูดกลิ่นพร้อมกับส่งเสียงไปด้วย เสียงของผมเอง ผมเงยหน้ามองเธอ ไม่แน่ใจว่าผมอยากถามอะไรระหว่างที่คำถามต่างๆวนเวียนไปมาอยู่ในหัว

เธอหน้าแดงแล้วก้าวถอยหลัง “ขอโทษเรื่องกลิ่นสบู่ค่ะ ฉันไม่รู้ว่าเรามีผู้ผ่านการคัดเลือกใหม่เข้ามา ฉันไม่ใช้สบู่หอมถ้ารู้ว่าพวกคุณจะเข้ามา กลิ่นแรงๆ ออกจะเหลือทนในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงแรก”

ผมขมวดคิ้ว “สบู่จะต้องมีกลิ่นแบบไหนถึงทำให้ผมหงุดหงิดขนาดนี้เนี่ย”

เธอกะพริบตาสองสามครั้งขณะที่แว่นเลื่อนตกลงมานิดหน่อย มีบางอย่างขยับไปมาอยู่ด้านหลังเธอ มันดูเหมือนกำลังส่ายไปมาอยู่ใต้เสื้อกาวน์ ซึ่งเป็นเรื่องสุดประหลาดที่จะทำความเข้าใจ แต่ก็นะ ผมเพิ่งผ่านศีลจุ่มของการเป็นไลแคนหรืออะไรแบบนั้นมา คำว่า สุดประหลาด ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว ขณะที่ผมจ้องไปยังสิ่งที่กำลังส่ายไปมานั่น มันก็ยิ่งส่ายไปมาแรงขึ้น

“เอิ่ม นั่น…อะไร” ผมถามพลางพยักหน้าไปทางนั้น

กลิ่นลาเวนเดอร์หอมแรงขึ้น และใบหน้าของเธอแดงยิ่งจัดขึ้นไปอีก “ฉัน เอ่อ โทษที… ฉันรู้สึกประหม่าตอนอยู่กับคนใหม่ๆ น่ะ”

“ช่างมันเถอะ คุณผู้หญิง แต่ผมกำลังบอกคุณว่ามีบางอย่างบิดไปมาใต้เสื้อกาวน์คุณ ไม่รู้สิ คุณอาจจะอยากตรวจดูหน่อยไหม”

เธอสั่นศีรษะ แว่นตาเลื่อนต่ำลงมาอีก ผมคงรู้สึกว่าเธอตลกดี ในแบบเฉิ่มๆ น่ะนะ ถ้าไม่เพราะเจ้าสิ่งที่ส่ายไปมากำลังทำให้ผมเป็นบ้า มันเหมือนกับว่าผมไม่สามารถมองไปทางอื่นได้นานกว่าหนึ่งวินาที

“หยุดจ้องนะ” เธอพึมพำ “มันจะยิ่งแย่ลง ฉันควบคุมมัน…ไม่ค่อยได้”

ผมจ้องตาเธอ “ควบคุมอะไร”

เธอเริ่มเหงื่อตกจนผมได้กลิ่น มันไม่เหม็นนะ แค่…ได้กลิ่นเหงื่อ ผมชอบมันมากกว่ากลิ่นลาเวนเดอร์ฉุนๆ ผมก็เลยไม่รู้สึกผิดสักเท่าไรที่ทำให้เธอเหงื่อตก

“เอ่อ มันคือ…” เธอพูดพลางดันแว่นกลับขึ้นไป “หางของฉัน”

ทุกอย่างหยุดกึกในหัวผม “อะไรของคุณนะ”

“หาง… หาง เอ่อ…ของฉันน่ะ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เราไม่คุยเรื่องนี้ได้ไหม”

ผมเลิกคิ้วสูง “แน่นอน ผมก็แค่…อยากรู้ ผมยังใหม่มากๆ กับเรื่องทั้งหมดนี้ โทษทีนะถ้าผมทำตัวเป็นไอ้ตูดหมึกหรืออะไรทำนองนั้น”

เธอหัวเราะเบาๆ อย่างประหม่า “อ้อ ฉันแน่ใจว่าก้นคุณสมบูรณ์แบบแน่ๆ ฉันหมายถึงดูจากที่แชนด์เลอร์เลือกคุณมาน่ะ”

ผมนิ่วหน้า “อะไรนะ เขาเลือกแต่คนก้นสวยมาทำงานด้วยเหรอ นี่เราพูดถึงรูปร่างหรือนิสัยกันอยู่ล่ะ”

เธอหัวเราะคิกคัก “ฉันว่าทั้งสองอย่างเลย ถูกแล้ว เขาเลือกแต่พวกอึดแกร่งทั้งนั้น ฉันตั้งใจจะพูดอย่างนั้น พวกเขามักจะหาเรื่องแหย่ฉันเพราะ… คุณก็รู้นี่…” เธอละคำพูดไว้

“หาง?” ผมช่วยต่อให้อย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ทำได้

เธอพยักหน้า หางนั่นส่ายไปมาอย่างเมามันใต้เสื้อกาวน์ สีสันบนใบหน้าของเธอจางลงบ้างเมื่อกลับไปอ่านผลการตรวจใหม่

ผมให้เวลาเธอครู่หนึ่ง ให้เวลาตัวเองด้วย จากนั้นก็กระแอม “ผมไม่คิดว่าคุณจะใจดีพอจะบอกผมว่าผมอยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นใช่ไหม”

เธอส่ายหางอีกครั้งราวกับลืมไปว่าผมอยู่ด้วย แล้วสั่นศีรษะ “ขอโทษจริงๆ ฉันทำเรื่องพังเละหมดเลย ฉันแนตี้ สไตน์ แต่ทุกคนเรียกฉันว่าเทล[1] เพราะ เอ่อ…สาเหตุก็เห็นๆ กันอยู่” เธอพูดแล้วหลุบตาลงต่ำ “คุณจะเรียกฉันว่าอะไรก็ได้ตามใจชอบ ฉันไม่ถือหรอก แล้วก็ตอนนี้คุณอยู่ที่ศูนย์การแพทย์ของสำนักงานใหญ่พีบีไอค่ะ”

“ซึ่งไม่ได้อยู่ในรีสอร์ตริมชายหาดใช่ไหม”

เธอหัวเราะเบาๆ “ไม่ใช่แน่ๆ ก่อนหน้านี้คุณอยู่ที่ชายหาดเหรอคะ”

ผมถอนใจ “พักร้อนแรกในรอบหลายปี และมันก็จบลงแบบนี้ซะได้”

เธอสั่นศีรษะ “ฉันเสียใจที่ได้ยินแบบนั้นค่ะ สนุกไหมคะ พักร้อน”

เธอทำเสียงเหมือนเคลิ้มฝัน จนผมอดสอดรู้ไม่ได้ “คุณไม่ได้พักร้อนนานแล้วใช่ไหม”

เธอพยักหน้าแรงๆ แล้วมองลงพื้นอีกครั้ง “ใช่ มันเป็นเพราะ… คุณก็รู้…”

“หาง” ผมต่อให้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลใจดีสุดๆ

“และหู” เธอเพิ่มด้วยน้ำเสียงจนใจ “หางกับหูของหมาป่า เห็นไหม”

เธอลูบปอยผมสีส้มแดงฟูๆ บนหัวให้เรียบ และให้ผมดูหูหนาๆ น่ารักที่มีขนปุยๆ ขึ้นเต็ม มันอาจจะเป็นหูสุนัขหรือหมาจิ้งจอกก็ได้ แต่มันไม่ใช่หูมนุษย์แน่ๆ

“งั้นไลแคนก็มีหางกับหูหมาป่างอกสินะ” ผมพึมพำ

“พวกเขาไม่มีหรอกค่ะ ฉันไม่ใช่ไลแคน ฉันเป็นมนุษย์หมาป่า”

โอเค้ พิลึกชะมัด “แล้วมนุษย์หมาป่ามีหูกับหางโผล่มาตลอดเลยเหรอ”

เธอถอนใจเศร้าๆ “ไม่หรอก ไม่มี”

เห็นได้ชัดว่าเธออึดอัดกับหัวข้อนี้ ผมจึงตัดสินใจเลิกถาม อย่างน้อยก็ตอนนี้ ผมลุกขึ้นขยับชิดหมอนจนเกือบเหมือนกำลังนั่งพิง เกือบๆ น่ะนะ

“ขอโทษที ผมจะไม่ถามแล้ว” ผมพูดเขินๆ “แล้วจะเป็นยังไงต่อ”

เธอยิ้มให้ “ฉันจะให้ที่ปรึกษาแวะมาหา คุยเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตใหม่ของคุณ และคุณจะปรับตัวได้ดีแค่ไหนกับ…”

“ผมขอผ่านหมอโรคจิต ขอบคุณ มีอะไรอีกไหม” ผมถามแล้วยิ้มเครียดๆ

“กะแล้วเชียว” เธอพึมพำ “ต่อไปคือการแนะแนว คุณจะได้รับตารางการฝึกอบรมแบบเร่งด่วน เรื่องนโยบายของพีบีไอและเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วพอการฝึกอบรมจบลง คุณจะได้พบ เอ่อ…คู่หูของคุณแล้วเริ่มผจญภัยกับการเป็นเจ้าหน้าที่”

ผจญภัยกับการเป็นเจ้าหน้าที่หรือ ใครมันพูดจาแบบนั้นกันน่ะ ผมพยักหน้า “แล้วคอร์สฝึกสั้นๆ นี่กินเวลานานแค่ไหน”

“อ๋อ สักสองอาทิตย์”

พวกเขาคงมีกฎแค่ไม่กี่ข้อและผมไม่จำเป็นต้องฝึกอะไรมากมาย หรือไม่อย่างนั้นสองอาทิตย์ที่ว่าก็คงใช้ทำอย่างอื่น “ผมจะไม่ได้พบเทรวิสจนกว่าจะฝึกอบรมเสร็จเพราะ…?”

“เป็นกฎของพีบีไอค่ะ ถ้าคุณพบเขา ทั้งๆ ที่กำลังปรับตัว คุณอาจจะ แบบว่า…จับคู่ ซึ่งจะหมายความว่าทางสำนักงานไม่อาจหาทางแยกคุณออกมาได้ และพวกคุณทั้งสองจะเกิดความรู้สึกอยากใช้ความรุนแรง หากมีอะไรก็ตามเกิดขึ้นกับคู่ของคุณ การจับคู่เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงได้ยากมากๆ เรามีกฎและข้อบังคับเพื่อป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น เพราะตอนนี้คุณอยู่ในสภาวะที่อ่อนไหวที่สุด ฉันว่ามันน่าจะเทียบได้กับไลแคนแตกเนื้อหนุ่ม ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่านเลยล่ะ”

เลื่อนระดับจากแปลกมาเป็นสุดประหลาดแล้ว โอเค “งั้นถ้าผมพบเทรวิสตอนนี้ ผมก็…มีแนวโน้มที่จะจับคู่ใช่ไหม แล้วเขาก็จะตามน้ำเอามันส์เนี่ยนะ”

เธอหัวเราะเบาๆ “ไม่ใช่อย่างนั้น เขายอมตามเพราะเขาเองก็ต้องการเหมือนกัน นั่นคือวิธีที่พวกเขาใช้เลือกคู่หู เลือกคนที่จะสามารถเป็นคู่ได้ด้วย นี่เป็นสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ต่างต้องเลือกคู่หูด้วยตัวเอง ตั้งแต่แชนด์เลอร์กับแม่สาวหน้าใหม่นั่น…เอาเถอะ ตอนนี้มันเป็นกฎไปแล้ว”

“คุณหมายถึงจับคู่ที่แปลว่าตลอดกาลและชั่วนิรันดร์บ้าบอนั่นใช่ไหม”

เธอสั่นศีรษะ “การจับคู่ก็เหมือนการแต่งงานนั่นแหละ มีทั้งไปกันรอดและไม่รอด”

“แต่ถ้าพวกเขาไปกันรอด แล้วมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่งล่ะ”

“อีกคนก็จะสติแตกไปเลยไง” เทรวิสช่วยตอบให้ขณะก้าวเข้ามาในห้อง

“เจ้าหน้าที่แชนด์เลอร์ คุณไม่ควรเข้ามานะ!” คุณหมอคนดีร้องลั่น

“คุณเองก็ไม่ควรเข้ามาเหมือนกันนะ หมอ นี่คุณกระดิกหางให้คู่หูผมอยู่ใช่ไหม”

หน้าของคุณหมอแดงก่ำแล้วรีบเผ่นออกจากห้อง ว้าว ไปอย่างไวเลยแฮะ

ผมสั่นศีรษะแล้วจ้องเขา “คุณมันไอ้ตูดหมึก”

เขายิ้มกริ่ม “ใช่เลย ฉันมันนิสัยเลวสุดๆ ถามใครก็ได้ พวกเขาจะยืนยันแน่นอน แล้วนายเป็นไงบ้าง เจ้าหนูริคกี้”

“ผมปวดหัว ได้กลิ่นเหม็นๆ ห้ากลิ่นจากตัวคุณ ผมคิดว่าหนึ่งในนั้นเหมือนกลิ่นน้ำว่าวจนน่าสงสัย และผมไม่รู้อะไรสักอย่างว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ นอกจากนั้นน่ะหรือ ผมก็รู้สึกเยี่ยมไปเลย”

คิ้วเขาเลิกสูงขึ้น “นายได้กลิ่นที่ฉันช่วยตัวเองมาเมื่อสองชั่วโมงก่อนด้วยเหรอ ว้าว ฉันได้นักตามกลิ่นมาเป็นของตัวเองแล้วสินะ”

ผมส่ายหน้า “ออกไปเลย หมอบอกผมว่าเราไม่ควรยุ่งเกี่ยวกันสองอาทิตย์”

เขายิ้มอีก “คิดว่าตัวเองจะต้านทานเสน่ห์ฉันไม่ไหว จนยอมจำนนต่อความต้องการจับคู่งั้นหรือ”

“ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ถ้ามันเป็นอย่างที่คุณหมอพูดและมันจะเหมือนการแตกเนื้อหนุ่ม ผมอาจยอมจำนนต่อความต้องการ ‘อยากฆ่าคุณ’ ก็ได้ เพราะเท่าที่เห็น เรื่องนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณบอกไว้เลยสักนิด”

เขาเดินเข้ามาใกล้เตียง แล้วเรื่องบ้าๆ ก็เกิดขึ้น ผมสัมผัสได้ถึงกลิ่นกายของเขาในแบบที่ผมไม่รู้สึกตอนเขานั่งตรงประตู ผมเกิดอารมณ์ขึ้นมาทันที และทุกสัญชาตญาณในตัวกรีดร้องใส่ผมให้กระโจนใส่เขาเดี๋ยวนี้ โอ๊ย แย่แล้ว

รูม่านตาของเขาขยายตัวจนดวงตาดูเป็นสีดำสนิทสม่ำเสมอ ผมแยกแยะความแตกต่างได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก็ทำได้ ร่างกายเขาแข็งทื่อ ผมสังเกตเห็นฟันน่าสยองโผล่ออกมาให้เห็นระหว่างริมฝีปากที่เผยอของเขา

“เรากำลังแย่ทั้งคู่” เขาออกเสียงพูดได้ไม่ชัดเจนเท่าไร “ก่อนหน้านี้ฉันช่วยตัวเองเพราะได้กลิ่นนาย ทั้งที่อยู่สูงขึ้นไปห้าชั้น ฉันไม่ควรจะทำแบบนั้นได้ และถึงจะรู้ว่าไม่ควร ฉันก็ต้องมาเห็นหน้านาย” เสียงของเขาแหบห้าวมากขึ้นกับทุกคำที่พูดออกมา ทุ้มขึ้น และสั่นสะเทือนเจ้าหนูของผม “นายมีดวงตาสีเทาน่าทึ่งที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา”

สิ่งที่ผมกำลังคิดก็คือผมอยากลิ้มเลียเจ้าก้อนเนื้อกลมๆ สองลูกตรงหว่างขาของเขาเต็มแก่ และทุกอย่างนอกเหนือจากนั้นก็เป็นแค่เสียงประกอบในฉากหลังเท่านั้น ผมกลืนน้ำลายลงคอและยันตัวจะลุกขึ้น แต่เขาคำราม คำรามใส่ผมจริงๆ! แล้วผมก็ตัวแข็งทื่อ

“อย่าได้ขยับตัวเชียวนะ เจ้าหนูริคกี้” เขาสั่ง

และเพียงคำนั้น ผมจึงตระหนักได้ว่าผมจะไม่สามารถขยับตัวได้ต่อให้ไฟไหม้ตึก แค่เขาสั่งผมก็ตัวแข็งทื่อแล้ว นี่แหละที่เป็นเหตุผลที่แท้จริงของความหวาดกลัวในเรื่องบ้าๆ นี่

เขายิ้มหยัน “อำนาจของจ่าฝูงไง ฉันรักมันจริงๆ สนุกมากที่มีไว้ใช้”

“คุณเข้ามาใกล้กว่านี้ได้ไหม” ผมถามด้วยเสียงเล็กๆ เชื่องๆ

เขาสั่นศีรษะ “ถ้านายอยากจะอยู่ร่วมกันหลังระยะเวลาปรับตัว ฉันจะเป็นไลแคนของนาย แต่ไม่ใช่ตอนที่นายกำลังฮอร์โมนพลุ่งพล่านอยู่แบบนี้”

“แล้วฮอร์โมนคุณไม่ได้พลุ่งพล่านหรือไง ช่วยตัวเองในชั่วโมงทำงานเป็นวันทำงานปกติงั้นสิ”

เขายักไหล่ “กลิ่นของนายทำให้หัวฉันปั่นป่วน ก็ฮอร์โมนของนายนั่นแหละ แต่ตราบใดที่เราไม่อึ๊บกัน การพบหน้าอีกฝ่ายก็ไม่เป็นไร การร่วมคู่มักเกิดขึ้นระหว่างคู่หูเมื่อเรามีอะไรกัน เพราะในตอนนั้นจะมีการขบกัด และมันจะเป็นการตีตรา ค่อยเป็นค่อยไปก่อนลงน้ำจะดีกว่า ฉันแค่ต้องมาดูหน้านายน่ะ” เขาพูดเสียงเกือบเป็นกระซิบ

“งั้นก็ขอบคุณที่มา” ผมพูดแล้วยิ้ม

เขาเอียงศีรษะไปด้านข้าง แล้วจัดเจ้าหนูที่ฟิตปั๋งในกางเกงก่อนออกจากห้อง สองนาทีต่อมา หมอก็เข้ามา เธอมองผมปราดเดียวแล้วก็ส่ายหน้า จากนั้นหยิบเข็มฉีดยาที่เหมือนคว้าเอาจากอากาศออกมา

“ฉันน่าจะตอนเขาซะ” เธอพึมพำ

ผมคำราม เสียงดุร้ายนั้นทำให้เราทั้งคู่ประหลาดใจ เธอตัวแข็ง ผมเองก็ด้วย ผมไล้ลิ้นไปตามแนวฟัน และรู้สึกถึงเขี้ยวคมที่ยื่นยาวออกมาไม่เหมือนกับฟันปกติที่ขาวราวไข่มุกของผม

“แย่แล้ว” ผมพูดไม่ชัด

เธอกลืนน้ำลาย แล้วฉีกยิ้มฝืนๆ จนเห็นได้ชัด “ฉันแค่พูดเล่นเอง คุณรู้ใช่ไหม”

ผมพยักหน้า ยังอึ้งๆ อยู่

“งั้นก็โอเค ฉันจะฉีดยาให้คุณสงบลง คุณจะไม่หลับหรอก แค่…เย็นลง แล้วคุณก็พร้อมที่จะเริ่มฝึกอบรม ตกลงนะ”

ผมพยักหน้า แล้วเธอก็ฉีดยาให้ผม ใช้เวลาสองนาทีกว่ายาจะออกฤทธิ์ แต่หลังจากนั้นผมรู้สึกได้ถึงคลื่นของความเย็นนุ่มนวลที่แผ่ซ่านไปทั่วตัว ทำให้ผมสงบลง โดยเฉพาะส่วนที่แข็งโด่อยู่ ผมคิดอะไรๆ ได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง และสังเกตเห็นหางของเธอที่สั่นพั่บๆ ใต้เสื้อกาวน์ เธอยืนกรอกผลตรวจอยู่ ผมว่าเธอกำลังรอดูว่าผลจะออกมาแบบไหน

“หมอครับ”

เธอเงยหน้า

“ผมขอโทษเรื่อง เอิ่ม…เรื่องเสียงคำรามเมื่อกี้” ผมบอก

เธอยิ้ม “ไม่เป็นไร ฉันผิดเองที่แกว่งเท้าหาเสี้ยนแบบนั้น คุณออกจะ…อ่อนไหวง่าย”

“เสียสติมากกว่า” ผมพึมพำ “ฮอร์โมนทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ”

เธอพยักหน้า

ผมผงะ “อื้อหือ ผลกระทบรุนแรงชะมัดเลย”

มีคนเคาะประตู แล้วหมอสาวก็ยิ้มให้ผม “เรื่องนี้รู้กันเฉพาะเรานะ” เธอกระซิบ “ฉันไม่ควรปล่อยให้เจ้าหน้าที่แชนด์เลอร์เข้ามาในนี้ จะดีกว่าถ้าคุณไม่บอกใครว่าได้พบเขา มันจะดีกว่าแม้กระทั่งกับอีตาไม่รู้คุณคนนั่น” เธอเสริม

ผมยักไหล่ “ได้เลย”

คุณหมอสาวร้องบอกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “เข้ามา” แล้วออกไปเมื่อผู้ชายแปลกหน้าก้าวเข้ามา ผมเคยคบหาหนุ่มๆ มามากมาย ยังไงซะผมก็อายุสามสิบแล้ว แต่รับประกันได้เลยว่าผู้ชายคนนี้ถือเป็นหนึ่งในล้าน รูปร่างของเขาใหญ่โตอย่างกับภูเขา ดวงตาสีฟ้าจางแหลมคมที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา และดูเหมือนจะจ้องมองอยู่ก่อนแล้วเมื่อก้าวเข้าห้อง เขาทำให้ทุกคนเกิดความรู้สึกร่วมกันว่า ‘ฉิบหายล่ะสิ’ ตั้งแต่แรกพบ เป็นพวกจอมโหดงั้นหรือ เขามีกลิ่นแปลกๆ ไม่เลวร้าย แต่ก็ไม่ถูกต้องนัก ไม่เหมือนเทรวิสหรือผม ดูจะคล้ายคุณหมออยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว

“คุณเป็นตัวอะไรล่ะ” ผมถามก่อนจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป

เขาหัวเราะลั่น มันฟังเหมือนเสียงไอ แต่สายตาไม่ละไปจากผม “นายกล้าดีนี่ เจ้าหนู ก็ดีแล้ว พวกเด็กใหม่ๆ มักจะกลัวจนหางจุกตูดและพยายามซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงในครั้งแรกที่เจอฉัน” เขาดูจะคิดถึงเรื่องเหล่านั้น แล้วจึงพยักหน้ากับตัวเอง “เป็นในทุกครั้งที่เจอกันเลย บ่อยๆ ด้วย ส่วนนาย เจ้าหนู นายกำลังจ้องมองตัวอย่างของ จ่าฝูงมนุษย์หมาป่าเพศผู้ชั้นเลิศ และเป็นคนเดียวที่นายจะได้พบอย่างถูกต้องตามกฎด้วย”

ก็ฟังมีเหตุผลอยู่ เขาดูเอาจริงเอาจัง น่ากลัว ดูเป็นพวกเข้มงวด และเป็นประเภทที่มักจะทำให้หางในจินตนาการของผมจุกตูดนิดๆ ถ้าเขาไม่ใช่คนประเภทที่เป็นเจ้านาย ผมก็ไม่รู้แล้วว่าใครจะเป็นเจ้านายได้

ผมพยักหน้าและพยักพเยิดไปที่เก้าอี้ “อยากนั่งไหม”

เขาส่งเสียงในลำคอ “ให้ตายสิวะ แชนด์เลอร์ไปหาคู่หูที่คุ้มค่ากับความพยายามมาจนได้สิน่า”

คราวนี้ผมไม่ได้คำราม ถึงจะรู้สึกถูกกระตุ้นให้ทำแบบนั้นก็เถอะ แต่ผมกลับยิ้มให้แล้วยักไหล่ และจับตาดูผู้ชายร่างยักษ์นั่งลงบนเก้าอี้ที่จู่ๆ ก็ดูตัวเล็กมากๆ  ชีวิตใหม่ของผมนี่คงน่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย

[1] Tail : หาง

 

 

 

 

=======================================

ผลงานชิ้นนี้มีลิขสิทธิ์ และได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2558

ดำเนินการแปลเป็นภาษาไทย เผยแพร่ ผลิต และจัดจำหน่าย โดยบริษัท เดอะรีดดิ้งรูม จำกัดเพียงผู้เดียวในประเทศไทย

ห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้เป็นการส่วนตัว หรือในเชิงพาณิชย์

=======================================

Leave a Reply