Back to Home

Copyrights ©2015 A Tooth for A Fang by Liv Olteano

Copyrights arranged with Dreamspinner Press and The Reading Room Co., Ltd.

 

บทที่ 5

 

หนุ่มนิสัยดีพาผมไปสถานที่ฝึก พาดูรอบๆ และพาไปยังห้องพักที่ผมจะใช้ระหว่างการฝึกอบรม ดูเหมือนว่าผมจะต้องใช้เวลาสองอาทิตย์เต็มๆ ในห้องน่าเบื่อที่มีห้องน้ำเล็กๆ ในตัว เหมือนกลับไปเรียนมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เว้นแต่ไม่มีหนุ่มนักศึกษาหน้าตาน่ารัก ส่วนที่น่าตื่นเต้นก็คือ การอบรมกับอแมนด้าโรคจิตจะเริ่มวันนี้

ผมถอดรองเท้าแตะแล้วสวมรองเท้าผ้าใบที่พบในตู้เสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตา บ้วนปากนิดหน่อย จากนั้นก็นั่งบนเตียงสักพัก หล่อนควรมารับผมเมื่อถึงเวลาฝึก ผมนึกภาพหล่อนกำลังเตรียมอุปกรณ์ อย่างไม้กางเขนของนักบุญแอนดรูว์และมีดพร้าเล่มโปรดที่สะสมเอาไว้

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อประตูเปิดผาง และคาดว่าจะได้เห็นสาวโรคจิตเดินเข้ามา แต่ไม่ใช่หล่อน เทรวิสยืนเหงื่อท่วมอยู่ตรงนั้น กลิ่นตัวเหมือนบางสิ่งที่ผมอยากดูดเลียและเกลือกตัวให้ทั่ว ผมกะพริบตาสองครั้ง ชีพจรเต้นกระหน่ำ เขากระโจนใส่ผม กระโจนพรวดเดียวจากประตูถึงเตียงโดยไม่พูดอะไรเลย พร้อมตรึงผมไว้กับเตียง

“นาย” เขาคำรามดุดัน “จะทำให้ฉันเดือดร้อนสุดๆ”

ผมอุทาน “ทำไมล่ะ”

“ฝึกกับอแมนด้าเนี่ยนะ หล่อนจะขย้ำตูดนายแล้วถ่มซากที่เหลือออกมา” เขาออกเสียงพูดไม่ชัด

เจ้าหนูแข็งปั๋งของเขาซุกแนบต้นขาผม ส่วนของผมนั้นเต้นตุบๆ รุนแรง ผมกลืนน้ำลายสองครั้ง พยายามให้เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมอง แต่ผมไม่คิดว่าความพยายามนั้นจะได้ผล ความคิดของผมยังเลือนรางเกินไปอยู่ดี “งั้นผมควรทำยังไงล่ะ หล่อนแค่…”

เทรวิสคำรามแล้วใช้ฟันดึงริมฝีปากล่างของผม กัดแรงพอที่จะทำให้เลือดซึมออกมา ผมลิ้มรสเค็มปร่าของเลือด ขณะเขาดูดเลียจุดนั้นอย่างสาสมใจ

“ฉันเลิกคิดถึงนายไม่ได้เลย เจ้าหนูริคกี้” เขาพึมพำอย่างหงุดหงิด “ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ฉันเดินไปเดินมาทั้งเจ้าหนูที่แข็งปั๋งเหมือนเหล็กตั้งแต่นายเปลี่ยนสภาพ และฉันทนอยู่ห่างจากนายไม่ได้ ฉันชอบนายจริงๆ เพราะงั้นฉันจะไม่ยอมให้นังตัวแสบสติแตกนั่นหักกระดูกนายเด็ดขาด”

ผมกลืนน้ำลาย “ผมไม่แน่ใจว่านั่นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้” ผมพูดเบาๆ

“นายจะได้ใช้ของที่…” เขากระซิบพลางเสียดสีจมูกกับจมูกผม “ทั้งแข็ง” ริมฝีปากของเขาไล้ไปทั่วมุมปากของผม “เรียวแหลม” ลิ้นของเขาแลบออกมาไล้เลียริมฝีปากล่างของผม “อย่าง…ฟัน…ใหม่ของนาย”

หัวใจผมเต้นตุบ เช่นเดียวกับอวัยวะส่วนล่าง “อะไรนะ” ผมถามอย่างมึนๆ คิดอะไรไม่ออก

เขาหัวเราะเบาๆ “กัดตอบฉันไง เจ้าหนูริคกี้ การกัดจะทำให้เราเป็นคู่กัน เพราะฉันกัดนายไปแล้ว”

ผมสะบัดหัวพลางเบิกตากว้าง “ร่วมคู่เหรอ นั่นฟังดู แบบว่า…เรื่องใหญ่อยู่นะ”

เทรวิสกลอกตา “อย่างน้อยมันก็จะช่วยบรรเทาอาการแข็งตลอดเวลาของเราลง และฉันจะได้ฝึกนายตามที่ฉันเห็นสมควร มีแต่ได้กับได้นะ เจ้าหนูริคกี้ นายไม่อยากพ้นจากสภาพฮอร์โมนพลุ่งพล่านแบบที่เป็นอยู่นี่หรือไง” เขากระซิบยิ้มๆ

ผมหรี่ตา “ทำไมรู้สึกเหมือนเป็นกับดักยังไงไม่รู้นะ”

เขายักไหล่ “คงเพราะนายหวาดระแวงน่ะสิ ฟังนะ การร่วมคู่สามารถยกเลิกได้ง่ายๆ ด้วยการตกลงร่วมกัน เข้าใจไหม เราไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แท้ ถ้านายเข้าใจประเด็นที่ฉันบอก หลังถูกกัด เราทั้งคู่จะไม่รู้สึกถึงแรงกระตุ้นให้อึ๊บกัน ฉันหมายความว่าเราจะทำอย่างนั้นก็ได้ แต่มันจะเป็นสิ่งที่นายเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ไง ถ้าวันหนึ่งนายอยากแยกทางและมีทีมเป็นของตัวเอง นายก็มากล่อมฉันว่านายคู่ควรกับรอยกัดที่สาม เราก็จะแยกกัน และไปทางใครทางมัน ไม่ติดค้างกัน”

“เหมือนการแต่งงานแบบคลุมถุงชนสินะ”

เขายักไหล่ “ก็ใช่”

“แล้วคุณจะฝึกผมเอง แทนที่จะเป็นแม่สาวโรคจิตนั่น?”

เขาพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

ผมเอียงคอ “ทำไมมันเหมือนกับว่าผมกำลังถูกปั่นหัวนะ แต่ช่างเถอะ ผมร้องเรียนกับไวส์ได้ตลอดเวลา แล้วเขาก็จะไล่อัดคุณ ถูกไหม”

เทรวิสจ้องเขม็ง “นายมีนิสัยชอบความรุนแรงอยู่ด้วยสินะ มันไม่ได้อยู่ในประวัติของนายเลย”

ผมยักไหล่ “คุณเป็นฝ่ายอยากร่วมคู่กับผมเองนะ เดี๋ยว…ประวัติเหรอ”

เขายักไหล่บ้าง “ช่างมันเถอะ ฉันสบายใจที่จะทำสิ่งนี้ตราบเท่าที่นายสบายใจ นายก็แค่ต้องแยกเขี้ยวออกมากัดฉันซะ”

“แค่นั้น?”

เขาพยักหน้า

“โอเค…แล้วผมจะทำให้เขี้ยวยาวออกมาได้ยังไง ผมหมายความว่า…”

เขายิ้มกริ่ม “ง่ายๆ”

ฝ่ามือเขาลูบจากต้นขาขึ้นมาจนถึงหว่างขาผม นวดเคล้นส่วนที่แข็งขึงรอเขาอยู่ ผมคำรามออกมาด้วยคำพูดที่ฟังไม่ค่อยชัด “บ้าฉิบ”

“เห็นไหม ตอนนี้ฮอร์โมนของเราพลุ่งพล่านขนาดนี้แล้ว กัดบ่าฉันสิ เจ้าหนูริค เจ้าหน้าที่ภาคสนามอ่อนแอแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ”

เหงือกของผมเต้นตุบๆ รอบฟันที่เป็นเขี้ยวสุนัข ผมไล้ปลายลิ้นสำรวจจนทั่ว พยายามจะทำตัวให้คุ้นเคยกับการมีเขี้ยวแหลมๆ ในปาก

เทรวิสเอียงคอไปด้านข้างเผยช่วงบ่าให้เข้าถึงได้ง่าย ผมเลียริมฝีปาก จ้องตาเขาขอคำยืนยัน เขาพยักหน้าหนึ่งครั้ง ผมเลยลงมือ ฟันของผมจมลงไปในเนื้อของเขาอย่างทุลักทุเลนิดๆ เลือดของเขามีรสหวานและเผ็ดในคราวเดียวกัน ผมปล่อยมัน ผละออกมา และเลียริมฝีปาก ฟันของผมกลับเป็นปกติแล้ว

เขาผละออกเช่นกันพร้อมกับยิ้มกว้าง “คราวนี้นายเป็นของฉันจริงๆ แล้ว ส่วนฉันก็เป็นของนาย อแมนด้าจะต้องเดือดดาลแน่ๆ เพราะหล่อนฝึกนายไม่ได้แล้ว”

ผมยักไหล่ “แค่นี้เหรอ แบบนี้เนี่ยนะ เราร่วมคู่กันแล้วเหรอ”

เขาหัวเราะเบาๆ “ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ สิ่งเดียวที่เราต้องทำหลังจากนี้ก็คือมีอะไรกันให้มากพอ เราจะได้ตั้งสมาธิกับการฝึกตอนเราพยายามฝึก ของกล้วยๆ”

ผมยิ้มบ้าง “ฮ่าๆ ตลกมาก หนุ่มไลแคน จำข้อตกลงที่เราทำเมื่อสิบวินาทีก่อนได้ไหมว่า การอึ๊บกันเป็นแค่ทางเลือก แต่คุณจะต้องเป็นคนบอกอแมนด้าว่าคุณจะฝึกผมเอง” ผมพูดเสริม พลางทำหน้าซื่อตาใส

เขาแค่นเสียง “แน่นอน เด็กใหม่ ถึงยังไงฉันก็เป็นคนดูแลทุกอย่างอยู่แล้ว”

ผมแลบลิ้นให้เขา “รอดูว่ามันจะจบลงอีท่าไหนไม่ไหวแล้ว”

เขาโน้มตัวมาหอมแก้มผม “เป็นคู่หูที่ดีของฉันนะ ริค ขอร้องล่ะ”

หัวใจผมบีบรัด ผมพยักหน้ารับ ความคิดที่จะพูดเล่นหายวับไปจากสมอง “ผมจะทำให้ดีที่สุด ถ้าคุณทำแบบเดียวกัน”

เทรวิสยิ้มแล้วหอมแก้มอีกครั้ง “ฉันจะไปคุยกับอแมนด้า แล้วจะรีบกลับมาฝึกส่วนแรกให้นาย”

ผมมองตามประตูหลังจากเขาเดินออกไปแล้วสั่นศีรษะ ในช่วงเวลาแค่สองวัน จากหนุ่มโสดตกงานที่ไปพักร้อนบนชายหาด ผมก็กลายเป็นเจ้าหน้าที่ไลแคนฝึกหัด และมีแฟนหนุ่มรูปหล่อกระชากใจจนผมอยากลูบคลำขยำขยี้เขาใจจะขาด แกร์รี่เพื่อนผมอาจจะพูดถูกและที่นี่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ ตอนนี้มันทำให้ผมรู้สึกแบบนั้นเลย

ผมคาดหวังว่าเทรวิสจะกลับมารับตัวผม แต่หนุ่มนิสัยดีก่อนหน้านี้กลับโผล่มาแทน ผมตามเขาไปยังห้องว่างขนาดใหญ่ มองไปรอบๆ อย่างกระวนกระวายใจ มีอะไรบางอย่างผิดปกติ แต่ผมบอกไม่ได้ว่าคืออะไร ผมเอาแต่กวาดตามองไปรอบๆ ตรวจดูทุกซอกทุกมุมของผนังรอบตัว ไรผมอ่อนๆ ที่หลังคอลุกชัน และไม่ได้เป็นเพราะความเสียวซ่านด้วย มีอะไรสักอย่างที่ร้ายกาจจับตามองผมอยู่ ผมรู้สึกถึงมัน หูของผมเกิดเสียงดังอื้ออึงเพราะมัน

อะไรบางอย่างกระโจนใส่ผม บางอย่างที่เป็นสีดำและส่งเสียงโกรธจัด ผมรู้สึกถึงความเฉอะแฉะที่ไหลลงไปตามแก้ม พอยกมือขึ้นปาด มันก็เต็มไปด้วยเลือด

“อะไรกันวะ” ผมพึมพำแล้วมองไปรอบๆ

อแมนด้าโผล่มาตรงหน้าผม “เจ้าคนโง่บรมโง่!”

มีดพุ่งเข้าใส่ผม ผมก้มหลบ แต่ยังได้ยินเสียงลมจากคมมีดพุ่งเฉียดใบหูไปนิดเดียว หล่อนขว้างมีดมาอีกเล่ม ผมก้มหลบรอดมาได้อีก ถึงตอนนี้ผมก็ทึ่งกับฝีมืออันสุดยอดแล้ว ปฏิกิริยาโต้ตอบพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผมคุ้นเลย

“เจ้าเด็กโง่” อแมนด้าคำรามใส่ผม

ผมสั่นหัวแล้วยกมือทั้งสองขึ้น “ฟังนะ คุณผู้หญิง ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาอะไร…”

หล่อนพุ่งมาหาและตบหน้าผมอย่างแรงจนหัวผมแทบหลุดจากบ่า “เจ้างั่ง! นายติดกับดักเขาเต็มๆ เลย!” หล่อนกรีดร้อง

ผมก้าวถอยหลัง ยกมือกุมแก้มแล้วส่ายหน้า “ช่วยพยายามหยุดฆ่าผมก่อนจะได้ไหม คุณพูดเรื่องอะไร”

หล่อนกลอกตาแล้วขว้างมีดเล่มสุดท้ายข้ามไหล่มา หล่อนไปเอามีดมาจากไหน มันพุ่งเฉียดหน้าผมไปนิดเดียว แต่ยังไม่โดนเนื้อ ผมคิดว่ามันเป็นเพราะหล่อนตั้งใจจะให้พลาด ซึ่งก็ไม่ใช่ความคิดที่ชวนให้สบายใจอย่างที่ผมอาจจะหวังไว้หรอก

“เทรวิสปั่นหัวนายไงล่ะ เขากล่อมนายยังไงบ้าง ตกหลุมรัก หรือเพื่อความปลอดภัยใช่ไหม”

ผมกะพริบตา “ผมยังตามคุณไม่ทันอยู่ดี”

หล่อนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาเท้าสะเอว แล้วหันมาประจันหน้าผม “นายร่วมคู่กับหมอนั่นแล้วใช่ไหม ฉันน่าจะรู้ว่าเขาจะรีบลงมือจากที่เห็นเขาตามก้อร่อก้อติกนายตั้งแต่มาถึงที่นี่ มันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมเราถึงตั้งกฎห้ามร่วมคู่ระหว่างที่เด็กใหม่ยังปรับตัวอยู่ แต่เจ้าบื้ออย่างนายเคยสนใจฟังบ้างไหม ไม่เลยยยยย”

ผมเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ส่วนหล่อนก็ตามติดผมทุกฝีก้าว ผมได้แต่หวังว่าจะมีของแข็งๆ อะไรสักอย่างมาขวางเราเอาไว้ อย่างชุดเกราะเต็มตัว แต่ถ้าไม่มี โต๊ะไม้ก็ใช้ได้อยู่ แน่นอนว่าไม่มีของแบบนั้นให้ใช้เป็นเกราะป้องกันเลย

“ผมก็ยังตามคุณไม่ทันอยู่ดี” ผมพึมพำพร้อมมองหาที่กำบังไปด้วย

ผู้หญิงคนนี้บ้าแหงๆ หล่อนหรี่ตามองผมแล้วกระโจนใส่เหมือนกับสัตว์ป่า กระแทกใส่หน้าอกผมอย่างแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น

หลังผมกระแทกพื้นเสียงดังพลั่กจนผมหน้านิ่ว “คุณผู้หญิง คุณมันบ้าไปแล้ว” ผมร้องคราง

หล่อนคำราม “ไวส์ก็หลอกล่อฉันแบบนี้จนเราร่วมคู่กัน เด็กใหม่ ตอนนี้เขาจะไม่ปล่อยนายไปแน่”

ผมกลอกตา “การร่วมคู่ยกเลิกได้”

“ด้วยการตกลงร่วมกัน” หล่อนสวนกลับ “และเขาจะไม่ตกลงด้วยแน่ถ้านายขอมัน นายจะได้เห็นเอง นายจะเข้าใจทันทีที่เขาหยุดปั่นหัวนาย พวกเขาจะหยุดหลอกล่อเมื่อถึงระดับหนึ่ง” หล่อนเสริมแล้วละสายตามองไปทางอื่น

ผมสูดหายใจเข้าลึก ก็ลึกที่สุดที่ทำได้ในขณะที่มีสาวสวยนั่งทับอกผมอยู่ “เยี่ยม คุณช่วยลุกขึ้นทีได้ไหม”

หล่อนกระโดดออกไปแล้วยกมือขึ้นกอดอกอวบอึ๋ม “แชนด์เลอร์เป็นตัวก่อเรื่องมาตลอดตั้งแต่ฉันรู้จักเขา เขาเปลี่ยนคู่หูเยอะมากเพราะอารมณ์ร้ายๆ และนิสัยร้ายกาจ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้ ปกติแล้วเขาทำตามกฎที่ตั้งไว้ดีมาก นั่นยิ่งทำให้น่าเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก”

ผมสั่นศีรษะขณะปัดฝุ่นออกจากกางเกง “ผมมีความรู้สึกว่าผมควรเข้าใจอะไรบางอย่างจากที่ว่ามา แต่ผมไม่เข้าใจเลย ประเด็นสำคัญของคุณคืออะไร ถ้ามันมีนะ”

หล่อนกลอกตาสีทองไปมา “ประเด็นคือนายควรระวังแชนด์เลอร์ให้ดี”

“แล้วคุณห่วงเพราะ…?”

หล่อนมองไปทางอื่น “ฉันก็เคยเป็นเหมือนนาย ฉันเองก็พบไวส์ตอนไปพักร้อน…ในเทือกเขาแอลป์ เขาหล่อเหลือเกิน…ฉันไม่เคยเห็นใครเหมือนเขามาก่อนเลย ฟังดูคุ้นๆ ว่าไหม”

ผมยักไหล่ “ครับ ผมคิดว่างั้น พูดต่อเถอะ”

หล่อนไพล่มือไว้ข้างหลังและเริ่มเดินไปรอบๆ อย่างไร้จุดหมาย “เราใช้เวลาสองวันด้วยกัน คุยกัน หัวเราะด้วยกัน ฉันจำได้ว่าชื่นชมความเป็นสุภาพบุรุษของเขามาก รู้ไหม ไม่เคยผลักดันให้ทำสิ่งที่ให้เหมาะสมเลยสักอย่าง ก็จนกระทั่งเขากัดฉันนั่นล่ะ จากนั้นเขาก็หลอกว่าฉันจะต้องตายถ้าไม่ได้ถูกกัดครั้งที่สอง และเมื่อมันเกิดขึ้น เขาก็ออกอาการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างหนัก เขาไม่เคยปล่อยให้ฉันอยู่ห่างตัว และเมื่อไรที่เขาอยู่ใกล้ๆ สิ่งเดียวที่ฉันคิดออกคือเป็นของเขา ตอนนั้นเขากุเรื่องเล่าใหม่ๆ ขึ้น เรื่ององค์กรและอะไรทำนองนั้น เพื่อให้ฉันมาที่นี่ ป้อนเรื่องการฝึกให้รู้และเขาจะเป็นคนฝึกฉันถ้าเราร่วมคู่กัน ทางเลือกอื่นหรือ แน่นอน มนุษย์หมาป่าน่าหวาดกลัวสูงหกฟุตไง แล้วอะไรดลใจให้นายตกลงใจด้วยล่ะ เขาใช้ใครเป็นหุ่นไล่กากันล่ะ”

ผมกระแอมให้คอโล่ง “มัน เอ่อ…ไม่ใช่แบบนั้น ผมแค่อยากอยู่กับเขา แค่นั้นเอง มันดูเข้าท่าดีในเมื่อเราจะเป็นคู่หูกันอยู่แล้ว เข้าใจใช่ไหม”

อแมนด้าเขม้นมอง “นายแน่ใจนะ?”

ผมไม่มีวันบอกหล่อนแน่ๆ ว่าหุ่นไล่กาที่ว่าก็คือหล่อนเอง ผมกลืนน้ำลาย “มันต่างกันตรงไหน มันเสร็จเรียบร้อยแล้ว แถมหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ทำตัวเลวร้ายอะไรด้วย”

หล่อนยิ้ม “ไม่เหรอ งั้นบอกที ตอนนี้เขาอยู่ไหน”

ผมยักไหล่ “ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่”

แล้วเทรวิสก็โผล่มาอย่างรีบร้อน “เจ้าหนูริคกี้ ในฐานะครูฝึกของนาย ฉันขอประกาศว่านายจบหลักสูตรฝึกอบรมเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามแล้ว ไปเร็ว เรามีคดี”

อแมนด้าคำราม “เขายังไม่ได้ฝึกอะไรเลย นายอยากให้เขาถูกฆ่าหรือไง”

เขาโบกมือไม่สนใจหล่อน “เจ้าหนูริคกี้ของผมจะไม่เป็นไรน่า ถึงยังไงเขาก็เป็นของผม อีกอย่างก็คือ มันเป็นคดีฆาตกรรม…มีการฆ่ากันตายเกิดขึ้น เราไม่ได้พุ่งเข้าไปหาการต่อสู้หรอก อแมนด้า ใจเย็นไว้” เขามองผม แล้วส่งยิ้มน้อยๆ ให้พลางเอียงคอไปด้านข้าง “มาเร็ว” เขาพูดและเดินจากไป

ผมรีบตามเขาไป ไม่แน่ใจว่าเรายืนอยู่ตรงจุดไหน และเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาแสดงออกชัดเจนว่าผมเป็นคู่หูของเขา เพราะงั้นอย่างน้อยนั่นคือข้อตกลงเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย …อาจจะร้ายก็ได้นะ

 

Leave a Reply