Back to Home

NOV: วาระซ่อนเร้น

By: Dezair

…………………..

ตอนที่ 17

 

เจียระไนเหลือบตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถด้วยกัน

 

นิตาเป็นอดีตคนรักของเขา เคยคบกันช่วงปี 2 อยู่สามเดือน ก่อนจะเลิกรากันไป จะเรียกว่าจบกันด้วยดีก็ได้ ถึงตอนนั้นเขาจะเจ็บใจและเซ็งนิดหน่อยก็เถอะ แต่ผู้ชายอย่างเจียระไนใจกว้างพอที่จะเหลือสถานะเพื่อนร่วมคณะเอาไว้ให้ ตอนนี้…ก็เลยเหมือนโดนบ่วงสถานะนั้นแว้งมารัดคออยู่นี่

 

“เขาไม่พยายามเพื่อเราเลยอ่ะ โจ๊ก ฮือ…” เสียงร้องไห้คร่ำครวญยังคงดังมาตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากมหาวิทยาลัยไปจัดการธุระ จนกระทั่งขากลับ

 

รถก็ติด เสียงคร่ำครวญร้องไห้จากคนข้างๆก็ดังอยู่นั่น เจียระไนอยากพ้นไปจากดงจราจรตอนนี้มากๆ แต่…ไม่รู้วันนี้มันเป็นวันโลกาวินาศรึไง ถึงได้ติดฉิบหายวายวอดขนาดนี้!

 

“เลิกกับมันแม่งเลย” นิตาชะงักกึก หันขวับมองคนแนะนำตาเบิกโพลง

 

“เลิกได้ไง?! เรารักเขานะโจ๊ก!!”

 

“งั้นก็รอว่าแฟนเธอจะทำตามที่เราแนะนำมั้ย” หญิงสาวชะงักอีกรอบ

 

“ที่ให้หนีตามกันน่ะเหรอ? บ้าเหรอ! เราเรียนปีสี่แล้วนะ หนีตอนนี้ได้ผัวได้ลูก แต่เรียนไม่จบจะทำมาหากินอะไร?!” เจียระไนเหลือบตามองหญิงสาวที่ทำตาเหลือกแต่หน้าตาเปรอะเลอะไปด้วยน้ำตา

 

ประเด็นที่ทำให้หล่อนร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอยู่สองวันติดและวันนี้ก็ยังบังคับให้เขามาช่วยจัดการธุระคือ พ่อแม่ของนิตาจัดการให้หล่อนแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง ในขณะที่หล่อนมีแฟนอยู่แล้ว แถมแฟนก็ยังยินยอมจะเลิกราให้หล่อนไปแต่งงานอีกต่างหาก

 

“งั้นก็รอเรียนเทอมสุดท้าย สอบเสร็จแล้วไปเลย”

 

“แฟนเราจะเอาด้วยเหรอ เมื่อกี้ตอนนายพูด แฟนเรายังยึกยักเลย…” เจียระไนถอนหายใจอีกเฮือก เรื่องผัวเมียของคนอื่นนี่เป็นเรื่องสุดท้ายในโลกนี้ที่เขาอยากจะรับรู้

 

“ก็ไปตกลงกันเอง” นิตาพ่นลมหายใจแรงๆอย่างหงุดหงิด เหลือบตามองคนข้างกายที่ช่วยอะไรหล่อนแทบไม่ได้

 

“ถ้าเป็นโซ่นะ ต้องช่วยเรามากกว่านี้แน่ อย่างน้อยๆโซ่ก็ต้องปลอบใจเรา” หล่อนพึมพำ เมื่อวานนี้พลาดเองที่รับปากกับเจียระไนว่าจะไม่ขอความช่วยเหลือจากสิตางศุ์ ถ้าหากเขาให้ความช่วยเหลือ แต่ดูความช่วยเหลือของเขาสิ!…แนะนำมาแต่ละอย่าง แถมโยนให้ตัดสินใจเอง ตกลงกันเองอย่างงี้…มันเรียกว่าช่วยเหลือยังไง?!

 

“อย่าไปยุ่งกับไอ้โซ่”

 

“โอ้ยยยย กล้ายุ่งซะที่ไหนล่ะ! เจ้าที่ออกตัวแรงขนาดนี้!” นิตาแหววใส่คนข้างกาย ดึงกระดาษเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำตาของตัวเอง

 

“ถามจริง เมื่อวานนี้เพราะโซ่ให้ตามมาใช่มั้ย”

 

“เปล่า เราไม่อยากให้ไอ้โซ่มาเจอเธอ เราเลยมาเอง” สุภาพบุรุษลูกผู้ชายยิ่งกว่าเจียระไนนั้นไม่มีอีกแล้ว เรื่องอะไรจะปล่อยให้หนึ่งชายหนึ่งหญิงใกล้กัน ยิ่งชายหญิงที่ว่าคือสิตางศุ์กับนิตาด้วยแล้ว เขาก็อยากจะจับแยกให้คนนึงอยู่ขั้วโลกเหนืออีกคนอยู่ขั้วโลกใต้ซะด้วยซ้ำ

 

“แล้วที่ยอมช่วยเรา ก็เพราะกลัวว่าเราจะไปขอให้โซ่ช่วยใช่มั้ย” เจียระไนกระตุกยิ้มที่มุมปาก

 

“ฉลาดมาก นิตา” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างนึกระอา ไม่ทันได้พูดอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ของเจียระไนก็ดังขึ้น หล่อนรีบหยิบมาดูก็ถึงได้เห็นว่าบนหน้าจอไม่ปรากฏชื่อ แต่ปรากฏแค่จุด 3 จุด

 

“จุดสามจุดคืออะไร?”

 

“เบอร์ไอ้โซ่”

 

“แล้วทำไมต้องเป็นจุดสามจุด?”

 

“เว้นไว้ให้โซ่มาพิมพ์ชื่อมันด้วยตัวเอง” นิตาทำตาโตอย่างคาดไม่ถึงว่าผู้ชายที่หล่อนเคยคบหาในช่วงสั้นๆ แถมเขายังเป็นคนใจร้อนดูไม่ค่อยมีเหตุผล แต่กลับทำเรื่องโรแมนติกขนาดนี้

 

“รับได้แล้ว เดี๋ยวไอ้โซ่รอนาน” เจียระไนสั่ง หล่อนก็เลยกดรับสายให้

 

“ฮัลโล โซ่ โจ๊กขับรถอยู่ รถติดมากเลย” ปลายสายเงียบกริบ อาจจะตกใจที่ได้ยินเสียงหล่อน

 

‘อ่า…งั้น…งั้นฝากบอกทีว่าเดี๋ยวเรากลับเอง’

 

“โจ๊ก โซ่บอกว่าจะกลับเอง” นิตาหันมาบอกคนขับรถ เจียระไนขมวดคิ้วฉับ

 

“บอกมันให้รอ”

 

“จะรอไหวเหรอ นี่ยังไม่ถึงไหนเลยนะโจ๊ก” หญิงสาวเหลือบตามองไปบนถนนเบื้องหน้า รถติดยาวเป็นหางว่าว จากนี่กว่าจะไปถึงมหาวิทยาลัย อย่างต่ำน่าจะเกินครึ่งชั่วโมง

 

“หลุดตรงนี้ก็ขึ้นทางด่วนแล้ว” คนขับยังเถียง

 

“บนทางด่วนรถติดกว่าข้างล่างอีก” เป็นการตอบโต้ของหญิงชายในรถแม้นิตาจะยังคงถือโทรศัพท์แนบหู หล่อนได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆในโทรศัพท์ ก่อนจะเป็นเสียงของสิตางศุ์

 

‘เรากลับเองได้ ไม่ต้องมารับหรอก’

 

“โจ๊ก โซ่บอกว่าไม่ต้องไปรับ…อ้าว วางสายไปแล้ว” นิตาพูดกับเจียระไนจบประโยค ปลายสายก็ตัดไป

 

“โทร.กลับไปใหม่” ร่างสูงสั่ง ทว่าพอหล่อนกดโทร.กลับไปหาสายที่เพิ่งรับ ก็กลับไม่มีคนรับสาย แล้วจากนั้นก็กลายเป็นไม่มีสัญญาณตอบรับ หญิงสาวชะงัก สัญชาตญาณผู้หญิงบอกให้รู้ว่ามีเรื่องไม่ปกติเกิดขึ้นแน่นอน

 

“โจ๊ก…เราว่า…นายน่าจะมีปัญหาเพราะเราแล้วอ่ะ”

 

………………………………

 

กว่าจะฝ่าดงรถติดกลับมาถึงคณะก็บ่ายโมงเข้าไปแล้ว เจียระไนแทบบ้าที่ต้องอยู่บนถนนทั้งๆที่ติดต่อสิตางศุ์ซึ่งสภาพร่างกายย่ำแย่ขนาดนั้นไม่ได้ ในหัวมีแต่คำถามว่ามันจะเป็นอะไรรึเปล่า มันจะกลับยังไง เขาวิ่งขึ้นไปที่ห้องเรียนที่พาสิตางศุ์ไปส่งเมื่อเช้า และก็พบว่านอกจากคนที่เขาสั่งให้รอจะไม่รอแล้ว ห้องเรียนยังถูกใช้สำหรับคาบต่อไปแล้วด้วย

 

ร่างสูงตัดสินใจโทร.หาเพื่อนสนิทของคนผิวขาวจัดรายนั้นแทน แน่นอนว่าต้องเลือกโทร.หาพฤกษาก่อน

 

“แพท! ไอ้โซ่อยู่กับมึงมั้ย”

 

‘กูนึกว่ามึงจะโทร.มาถามกูชาติหน้า’

 

“เชี่ยแพท อย่ากวนตีน!”

 

‘อยู่ นอนอยู่ มึงไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวเย็นนี้ไอ้แฮ็กจะพามันไปส่งที่คอนโดเอง อ้อ มันได้กุญแจห้องมันแล้วนะ ไม่ต้องกลับไปนอนห้องมึงแล้ว’

 

“ไอ้แฮ็กไหน?!” เจียระไนถามแล้วก้าวเร็วๆลงจากตึกเรียนไปยังลานจอดรถ พิกัดต่อไปคือบ้านของพฤกษาแม้ตอนนี้จะยังไม่รู้ก็ตามว่าบ้านมันอยู่ที่ไหน

 

“แฮ็กภาคฯกู แค่นี้นะ ไอ้โซ่หลับอยู่ คุยนานเดี๋ยวมันตื่น” แล้วสายก็ตัดไปในทันที เจียระไนแทบผีเข้า แต่เวลานี้เขาต้องไปให้ถึงบ้านของพฤกษาให้ได้ก่อน แต่…จะไปได้ยังไงในเมื่อเจ้าของบ้านตัดสายไปแล้ว แถมดูเหมือนมันจะโกรธเขาด้วย

 

‘…เย็นนี้ไอ้แฮ็กจะพามันไปส่งที่คอนโดเอง…’

 

คำพูดของพฤกษาทำให้ร่างสูงตัดสินใจเปลี่ยนแผนในวินาทีนั้น ในเมื่อไปบ้านของเพื่อนสิตางศุ์ไม่ได้เพราะไม่รู้ที่อยู่ แต่คอนโดของใครบางคนเขารู้! และเขามีทั้งคีย์การ์ดและกุญแจด้วย!!

 

เจียระไนเปิดประตูขึ้นรถแล้วหมุนพวงมาลัยออกจากลานจอดของคณะทันที

 

…เดี๋ยวมึงเจอกูไอ้โซ่ เดี๋ยวมึงเจอกู!!…

 

……………………..

 

พฤกษาโยนโทรศัพท์ลงกับโซฟาที่เพื่อนสนิทนั่งอยู่ ‘ไอ้โซ่’ ไม่ได้หลับอย่างที่เขาบอกใครบางคนที่ปลายสาย แถมเวลานี้ยังนั่งนิ่งหน้าตาซีดเซียวหม่นหมองเอาแต่นั่งก้มหน้า เขาไม่ได้ซักไซ้ว่าทำไมวันนี้ดูป่วย เพราะเห็นว่ามีบุคคลที่สามอย่าง ’ไอ้แฮ็ก’ อยู่ด้วย

 

“กูว่ามึงไม่ต้องกลับหรอก ป่านนี้ไอ้โจ๊กไปดักมึงที่คอนโดแล้วมั้ง คืนนี้นอนบ้านกูนี่แหละ” เจ้าของบ้านแนะนำ  

 

“ขอบใจ” สิตางศุ์ตอบเสียงแผ่ว ก่อนจะหันไปทางเพื่อนร่วมภาควิชาอีกคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านพฤกษาด้วยกัน

 

“ขอบใจมึงด้วยนะแฮ็ก ที่อุตส่าห์พากูไปเอากุญแจแล้วมาส่งที่นี่” กุญแจมาถึงที่ล็อบบี้ของคอนโดเจียระไนเมื่อตอนสาย เห็นว่าทางคอนโดโทร.หาเจียระไนแล้วไม่รับ โชคดีว่าเขาให้เบอร์ทิ้งไว้ด้วย ก็เลยติดต่อมาทางเขา

 

“ไม่เป็นไร มึงจะให้กูช่วยอะไรอีกก็บอก โดยเฉพาะเรื่องไอ้โจ๊ก ปกครอง”

 

เพื่อนร่วมภาคฯเสนอตัวเองอย่างมุ่งมั่น เขาเคยได้รับน้ำใจและความเอื้อเฟื้อของสิตางศุ์ แม้จะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องนี้ แต่ถ้าเพื่อนนิสัยดีคนนี้ทำหน้าเศร้า เขาก็พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ถึงอีกฝ่ายจะเป็น ‘ไอ้โจ๊ก ปกครอง’ ก็เถอะ

 

ร่างโปร่งพูดไม่ออก จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจียระไนก็เป็นการโกหก แต่จะว่าเป็นความผิดของเจียระไนก็ไม่ใช่ จริงๆแล้วความผิดมันเป็นของเขาเอง

 

เขาผิดเองที่อยู่ดีๆก็รู้สึกอิจฉา…อิจฉานิตาที่ได้รู้เรื่องบางเรื่องกับเจียระไนเพียงสองคน

 

“ไม่รบกวนมึงแล้วล่ะ แฮ็ก” พฤกษาเห็นเพื่อนสนิทไม่อยากพูด เขาก็หาทางไล่บุคคลที่สามกลับ ดูเหมือนคนนอกจะรู้ตัวดีจึงยอมกลับไปโดยไม่อิดออด แต่ไม่วายกำชับว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกเมื่อ

 

คล้อยหลังไปแล้ว สิตางศุ์ก็เอนตัวลงนอนกับโซฟาแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน ที่เหนื่อยตอนนี้ไม่ใช่ร่างกายแต่เป็นที่หัวใจ

 

“ไหวมั้ยมึง” เจ้าของบ้านถามอย่างนึกห่วง

 

“อืม”

 

“จะหลับก่อน หรือเล่าให้กูฟังก่อน” พฤกษายื่นข้อเสนอ แต่ไม่ว่ายังไงวันนี้เขาก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสิตางศุ์และเจียระไน นี่โชคดีที่อลงกตยังไม่กลับจากไปเที่ยว ถ้าหากรายนั้นมารู้เข้าว่าลูกของมันโดนว่าที่ลูกเขยทำร้ายหัวจิตหัวใจ มีหวังผีเข้าแน่นอน

 

ดวงตาคู่สวยหมองเศร้า มือขาวขยับผ้าห่มที่เพื่อนให้ยืมมาคลุมถึงคอ รู้สึกหนาวขึ้นมาถึงกระดูก ทั้งๆที่มีแค่พัดลมเปิดส่ายไปมา

 

“กูอิจฉา…”

 

“…กูไม่ได้ใจกว้างอย่างที่มึงบอกเลยแพท เมื่อวาน…ตอนกลางคืน นิตาก็โทร.มาหาโจ๊กอีก มันออกไปคุยที่ระเบียง กูไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แล้ววันนี้…นิตากับโจ๊กคุยอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วก็ออกไปด้วยกัน พอเลิกเรียน กูโทร.ไปหา ก็เหมือนเขาคุยกันรู้เรื่องอยู่สองคน กูก็ยิ่ง…ยิ่งอิจฉานิตา…มันไม่ดีเลย”

 

คนฟังทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาใกล้ๆ

 

“แล้วไอ้โจ๊กไม่บอกมึงเหรอว่ามันคุยอะไรกัน”

 

“ไม่ได้บอก แล้ว…แล้วกูกับมันก็แค่…ก็แค่ศึกษากัน…กูทำอะไรไม่ได้…” ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่น่ายื่นข้อเสนอนี้เลย เพราะเขาเองแท้ๆ เจียระไนอุตส่าห์หยิบยื่นโอกาสให้เขา แต่เพราะเขาเองที่เลือกจะวางโอกาสนั้นลงข้างตัว เวลานี้…หากเจียระไนจะหยิบโอกาสนั้นไปให้คนอื่น ก็…ไม่ใช่ความผิดของเจียระไนเลย

 

“งั้นมึงก็ขอมันเป็นแฟนซะสิ” ดวงตาคู่สวยเหลือบขึ้นมองอย่างเศร้าสร้อย

 

“ไม่ทันแล้วมั้ง…”

 

“พูดอะไรอย่างงั้นวะ ไอ้โจ๊กมันรักมึงจะตาย” แต่เวลานี้มีผู้หญิงอีกคนเข้ามา เป็นผู้หญิงที่เคยเป็นแฟนกันมาก่อน เป็นผู้หญิงอีกคนที่รู้จักรู้ใจเจียระไนดี เป็นผู้หญิงที่…เจียระไนยอมให้ความช่วยเหลือทั้งๆที่ไม่ใช่คนสนใจใครด้วยซ้ำ

 

“…แพท…ทำไมสองคนนั้นเลิกกัน” คำถามที่ค้างคาในใจ วุบหนึ่งสิตางศุ์อยากให้ทั้งเจียระไนและนิตาเลิกกันอย่างเลวร้าย ผิดใจ นอกใจ หรืออะไรก็ตามแต่ที่จะทำให้ทั้งสองคนเข็ดขยาดที่จะไม่กลับมาคบกันอีก แต่…แต่ก็แค่วูบเดียวเท่านั้น การมองคนอื่นในแง่ร้าย สาปแช่งคนอื่นให้พบเจอความพินาศ ไม่ใช่นิสัยของเขาเลย

 

“ไม่รู้ ไม่มีใครพูด รู้กันเงียบๆว่าเลิก แต่นิตามีแฟนใหม่นานแล้วนะ ไม่ใช่เด็กในมหา’ลัยเราหรอก” สิตางศุ์ซุกตัวลงกับโซฟามากกว่าเดิม นอกจากความอิจฉาที่มี ยังมีความกลัวผสมเข้ามาด้วย

 

“ถ้าสองคนนั้นกลับมาคบกันใหม่ล่ะ”

 

คำถามนั้นไม่มีคำตอบ หรือต่อให้มีคำตอบก็คงเป็นคำตอบที่คนถามไม่อยากได้ยินที่สุด ใบหน้าขาวหม่นหมอง แค่คิดว่าต้องเสียเจียระไนไป อะไรบางอย่างในใจก็สั่นไหวอย่างรุนแรงจนต้องหลับตาลงเพราะไม่อยากรับรู้อีกแล้ว

 

พฤกษามองเพื่อนสนิทแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ก้มลงมองโทรศัพท์ในมือ เบอร์ที่ รับสายล่าสุดคือเบอร์ของเจียระไน เขาควรโทร.ไปหาอีกครั้งดีไหม บอกมันให้รู้ว่าเพื่อนของเขากำลังขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างรุนแรง และคนที่จะแก้ไขความเศร้าของสิตางศุ์ได้ก็มีแค่เจียระไนเท่านั้น แต่…ถ้าหากตอนนี้สิตางศุ์ยังไม่พร้อมจะเจอเจียระไนล่ะ?…หากว่าการเจอกัน จะยิ่งทำให้อารมณ์ของคนสองคนจูนกันไม่ติดล่ะ?

 

หนุ่มทะเล้นมาถึงคราวเครียดจนถอนหายใจอีกครั้ง

 

…เรื่องง่ายๆล่ะไม่เคยมาถึงมือกูเลย ทีเรื่องยากๆ เจอทางสองแพร่งสามแพร่งนี่มาให้กูจัดการตลอดดดดดด…

 

……………………………

 

หน้าประตูห้องหมายเลข 504 ผู้ชายคนหนึ่งยืนรออย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูทุกสองนาที หันมองไปที่ลิฟต์ทุกๆห้านาที แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูความเคลื่อนไหวทุกๆเจ็ดนาที

 

…แต่ทุกอย่างก็ยังเงียบ…

 

…สี่โมงกว่าแล้วนะโว้ย! ไอ้โซ่แม่งทำไมยังไม่กลับมาซะที!!…

 

ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดทำให้ใกล้บ้าขึ้นทุกที เจียระไนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร.ออกหาญาติผู้น้องที่คบหากับคนใกล้ตัวของสิตางศุ์

 

“ไอ้เจ๋ง มึงถามแฟนมึงให้หน่อย รู้จักบ้านเพื่อนของโซ่ที่ชื่อแพทมั้ย”

 

‘ปก เฮียกูถามว่ามึงรู้จักบ้านเพื่อนพี่รหัสมึงที่ชื่อแพทมั้ย’ เจตน์ตะโกนถามให้เดี๋ยวนั้น บอกให้รู้ว่าเย็นๆแบบนี้มันก็ยังคงตัวติดหนึบกับแฟนของมัน

 

‘ไม่รู้’

 

‘มึงนี่ช่วยอะไรพี่ผัวมึงไม่เคยได้เลยนะ เฮีย ไอ้ปกบอกไม่รู้จัก แต่ถ้ามันบอกรู้จัก แม่งคงต้องเคลียร์กับผมอีกยาวว่าเสือกรู้จักที่อยู่เพศผู้ตัวอื่นได้ยังไง โอ๊ย! เชี่ย ไอ้ปก! เดี๋ยวนี้ทำร้ายร่างกายกูเรอะ?!’ แล้วหลังจากนั้นก็มีเสียงโหวกเหวกของเจตน์และแฟนของมันดังเข้ามาในโทรศัพท์ เจียระไนไม่อยากตาร้อนมากไปกว่านี้ก็เลยตัดสายแล้วหาหนทางใหม่ด้วยการกดโทรศัพท์หาพี่รหัสของตัวเองแทน รายนี้เป็นเพื่อนสนิทกับพี่รหัสของสิตางศุ์ น่าจะมีหนทางในการสืบหาที่อยู่ของพฤกษาได้บ้าง

 

“เฮียตฤณ ผมเอง”

 

‘โอ้โฮ น้ำตากูจะไหล น้องรหัสกูมีเบอร์โทร.กูด้วย?!’

 

“ผมอยากให้เฮียช่วย”

 

‘น้ำตากูจะไหลอีกแล้ว โทร.มาไม่ถามสุขภาพกูสักคำ ขอความช่วยเหลือกูก่อนเลยนะไอ้สัด’

 

“เฮียจะช่วยมั้ย ถ้าไม่ ผมจะได้วาง เสียเวลา”

 

‘ช่วยๆ ก่อนกูจะช่วย ขอความกรุณามึงบรีฟให้กูฟังก่อนได้มั้ยว่าเรื่องห่าอะไร’

 

“เฮียรู้จักไอ้โซ่ไออาร์ น้องรหัสพี่เวฟใช่มั้ย ผมกับมันคบกัน แล้วมันหนีผมไปอยู่บ้านไอ้แพทเพื่อนมัน ผมอยากได้ที่อยู่”

 

‘โซ่ไออาร์? น้องรหัสไอ้เวฟ? เชี่ย!!!! นี่มึงจีบติดเหรอ?!!!’

 

“เออ! แล้วตอนนี้ผมจะเอาที่อยู่ไอ้แพท เฮียจะช่วยมั้ย” เจียระไนถามย้ำอีกครั้งตามประสาคนไม่ค่อยจะอดทน

 

‘ช่วยสิวะ ขอเวลากูสามนาที’

 

“ผมให้หนึ่ง เร็ว!”

 

‘เออๆ เดี๋ยวกูส่งข้อความไปบอก’ แล้วพี่รหัสก็วางสายจากไป เจียระไนคาดว่ารายนั้นคงไปสืบที่อยู่เอากับพี่รหัสของสิตางศุ์ ซึ่งมีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้ เขาควรจะหาทางอื่นเผื่อเอาไว้ด้วย แต่อึดใจต่อมา ข้อความจากพี่รหัสก็ปรากฏขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์เขา

 

‘กูได้มาจากพี่รอนไออาร์ จัดการให้อยู่หมัดแล้วถ่ายรูปส่งมาให้กูดูด้วยว่าง้อสำเร็จ กูจะไปไถตังค์ที่พนันไว้กับไอ้เวฟ’

 

เจียระไนอยากถามว่าพนันอะไรกัน แต่ช่างมันเถอะ เวลานี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเขาต้องบุกไปเจอสิตางศุ์ให้ได้ก่อน

 

…แล้วถ้าได้เจอตัวเมื่อไร จะจับหมั้นจับแต่งให้รู้แล้วรู้รอด จะไม่ให้แม่งหนีไปไหนได้อีกเลย!…

 

……………………………..

 

พฤกษานั่งเล่นโทรศัพท์เงียบๆในห้องนั่งเล่นที่เปิดแอร์อุณหภูมิปกติของสากลโลกนั่นคือ 25 องศา แน่นอนว่าเป็นทุกที สิตางศุ์คงไม่นอนนิ่งแบบนี้หรอก แต่เพราะวันนี้มันไม่ค่อยปกติเท่าไร ขนาดเปิดพัดลมมันยังห่มผ้าคลุมถึงคอเลย

 

เขาเหลือบตาขึ้นมองเพื่อนสนิทที่เอาแต่นอนซม เมื่อกี้ลองจับตัวมันดูแล้วเหมือนจะเป็นไข้รุมๆ เดี๋ยวรอให้ตื่นมาอีกรอบ จะให้กินข้าวแล้วกินยาดักสักหน่อยแล้วค่อยให้นอนต่อ

 

เสียงแจ้งเตือนของเวปไซต์สังคมออนไลน์ดังขึ้นรัวๆ เขารีบปิดเสียงเพราะกลัวว่าจะปลุกให้คนหลับต้องตื่น และนั่นทำให้เห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวในหน้าจอ

 

‘เชียร์โจ๊กๆ’

 

‘ที่เขาลือกันนี่เรื่องจริงเหรอวะ’

 

‘ไอ้โจ๊กโคตรเจ๋ง เชี่ยเวฟเสียน้องรหัสให้ไอ้ตีนจริงด้วย’

 

‘กูชื่อตฤณครับ บิดามารดรเรียกตินติน ตีนน่ะเอาไว้ตั้งชื่อลูกมึงเถอะ’

 

‘ใครบอกกูเสียน้องกู มาไฝว้กะกูมั้ย’

 

‘มึงไปไฝว้กับน้องไอ้ตินตินไป เสียแน่น้องมึงอ่ะ เสียแน่’

 

ข้อความไหลเร็วอย่างกับน้ำป่า พฤกษากดเข้าไปอ่านต้นเรื่องก็ถึงกับตาเหลือก คนโพสต์คือพี่รหัสของเจียระไน เขียนยาวๆแต่ได้ใจความว่า

 

‘โครงการหาแฟนให้น้องรหัส: ไอ้โจ๊กตามหาโซ่ไออาร์ พิกัดล่าสุดคือบ้านไอ้แพทไออาร์ ใครรู้โลเกชั่น ส่งมาทีครับ’

 

‘ป.ล.ช่วยโจ๊กหนึ่งครั้ง ได้บุญมากนะครับ เพราะชีวิตแม่งไม่เคยขอความช่วยเหลือใครเลยครับ’

 

ไม่รู้จะด้วยงานขายอย่างฮาร์ดเซลของพี่รหัสของเจียระไนรึเปล่า ถึงได้มีแต่คนเชียร์อย่างสุดลิ่มทิ่มประตู ไม่ว่าจะพวกรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้ว รุ่นเพื่อนที่รู้จักกัน หรือแม้แต่รุ่นน้อง แต่ถึงอย่างนั้น หลายคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ที่เขารู้จักและสนิทสนมด้วย ก็ไม่มีใครแพร่งพรายบอกที่อยู่ของเขาใต้การขอความช่วยเหลือนั้นเลย พฤกษาถอนหายใจ เหลือบตามองคนที่ยังนอนซม

 

…บางที นี่ก็อาจไม่ใช่การช่วยไอ้โจ๊ก แต่เป็นการช่วยไอ้โซ่…

 

เจ้าของบ้านกดเข้าไปที่ข้อความส่วนตัว เขากำลังจะส่งที่อยู่ของตนเองไปให้เจียระไน แต่เสียงรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านดังขึ้นเสียก่อนเลยต้องลุกออกไปดู และแทบจะในทันทีที่พฤกษาเห็นว่าใครลงจากรถ เขาก็ถึงกับตาเหลือกด้วยความตกใจ รีบก้มลงมองโทรศัพท์ในมือก็เห็นว่าตัวเองยังไม่ทันจะกดอะไรด้วยซ้ำ!

 

แต่…เจียระไนมาเหยียบอยู่หน้าประตูรั้วแล้ว แถมแผดเสียงดังลั่น!

 

“ไอ้โซ่อยู่ไหน?! มันหนีกูทำไม?!!”

 

………………………………

 

…เหมือนโลกจะแตก…

 

หมายถึงวินาทีแรกที่เจียระไนเห็นหน้าเจ้าของบ้าน แต่พอมันเดินตึงตังเข้ามาในห้องนั่งเล่นแล้วพบว่าคนที่ต้องการเจอหน้ากำลังนอนซมอยู่บนโซฟา ไอ้ท่าทีขึงขังดุอย่างกับเสือก็กลายเป็นเชื่องอย่างแมว

 

พฤกษาเหลือบตามองเข้าไปในห้องนั่งเล่น เวลานี้เจียระไนนั่งสงบอยู่บนโซฟา เรียบร้อยยิ่งกว่าผ้าพับไว้ แทบไม่ทำเสียงดังรบกวนคนหลับเลยแม้แต่นิดเดียว

 

…ถึงได้บอก…มาอย่างเสือ แต่เชื่องอย่างแมวของจริง!…

 

เจ้าของบ้านเปิดประตูเลื่อนกระจกเช้าไปในห้องนั่งเล่นพร้อมกับข้าวต้มที่เขาอุ่นมาให้ ตอนปิดประตู เผลอทำเสียงดังไปนิด ไอ้คนที่เชื่องอย่างแมวก็ตวัดสายตาแบบเสือขึ้นมาดุเขาที่ทำเสียงดังรบกวนคนหลับ

 

…ปกป้องประดุจไข่ในหิน ยังจะกลัวมันกลับไปหาแฟนเก่าอีกเหรอวะ ไอ้โซ่เอ๊ย!…

 

“มึงปลุกมันมากินข้าวได้ล่ะ จะได้กินยา เมื่อกี้ไอ้กตโทร.มา มันถามว่ามีเรื่องอะไร สงสัยเห็นที่พี่มึงไปโพสต์ มันว่าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด ถ้ามันมาแล้วเห็นไอ้โซ่ยังไม่เป็นปกติ ทั้งกูทั้งมึงโดนไอ้กตเชือดแน่” คนถือถาดข้าวต้มสั่ง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเล็กใกล้ๆ แล้วปล่อยให้เจียระไนเดินไปปลุกคนหลับเอง เขาเหลือบตาไปมอง เห็นสิตางศุ์เริ่มขยับตัวก็เลยเดินหนีออกจากห้องนั่งเล่น เวลานี้ควรให้สองคนได้คุยกันอย่างเป็นส่วนตัว แม้เขาจะอยากรู้มากแค่ไหนก็เถอะ

 

ในห้องนั่งเล่นเหลือกันอยู่แค่สองคน และคนที่ถูกสะกิดที่แขนซ้ำๆก็เริ่มรู้สึกตัว สิตางศุ์ลืมตาขึ้นช้าๆ เห็นเพียงภาพเบลอของใครสักคนที่นั่งอยู่ที่พื้นและกำลังมองมา เลยหลับตาลงอีกครั้งแล้วลืมขึ้นใหม่ คราวนี้ภาพตรงหน้าไม่พร่าเลือนอีกแล้ว…มันชัดพอที่จะทำให้เขารู้ว่าคนตรงหน้าคือใคร

 

…โจ๊ก…

 

…โจ๊กเองเหรอ…

 

…หะ?! โจ๊ก!!…

 

คนเพิ่งตื่นถึงกับลุกพรวดเดี๋ยวนั้นด้วยความตกใจ

 

“กูเป็นคน ไม่ใช่ผี ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น” คำพูดเรียบๆของคนที่ตีหน้าเรียบเฉย ทำเอาสิตางศุ์ต้องกวาดตามองไปรอบๆ ตอนนี้เขายังคงอยู่ในบ้านของพฤกษา แต่ไม่เห็นเจ้าของบ้านเลย

 

“ไอ้แพทยกข้าวต้มมาให้ มึงกินข้าวซะ” ร่างสูงหันไปขยับถาดข้าวต้มมาใกล้ๆ ในถาดมีแผงยาแก้ปวด ลดไข้วางอยู่พร้อมน้ำเปล่าด้วย เลยต้องเงยหน้ามอง

 

“มึงไม่สบายเหรอ”

 

ไม่ถามอย่างเดียวแต่แนบหลังมือลงกับซอกคอเพื่อวัดอุณหภูมิ แล้วขยับขึ้นไปที่แก้มขาว และหน้าผาก

 

สิตางศุ์มองคนตรงหน้าที่ยังคงเป็น ‘โจ๊ก’ คนเดิมที่เขารู้จัก แล้วก็สั่นไปหมดทั้งหัวใจ ความหวาดหวั่นที่จะเสียคนตรงหน้าให้ใครไปทำให้เขายิ่งได้แต่ก้มหน้านิ่ง

 

“อ่ะ ช้อน หรือต้องให้กูป้อน” มือใหญ่ยัดช้อนใส่มือขาว ตามด้วยถ้วยข้าวต้มเล็กๆที่โรยด้วยหมูหยอง

 

“กูกินได้” เสียงที่ตอบกลับมานั้นแหบแผ่ว จนเจียระไนรู้สึกผิด เมื่อกี้พฤกษาบอกเขาแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงหลบหน้ามาอยู่ที่นี่

 

‘ไม่ใช่ไอ้โซ่ไม่มั่นใจในตัวมึงนะเว้ย แต่มันไม่มั่นใจในตัวเอง มันถึงกลัวว่ามันจะเสียมึงไป’

 

“มีอะไรอยากจะถามกูรึเปล่า” เจียระไนที่นั่งอยู่บนพื้นหน้าโซฟาตั้งคำถาม ทำเอาคนที่ก้มหน้าตักข้าวต้มเข้าปากเงียบๆต้องเหลือบตามอง เพราะสิตางศุ์นั่งอยู่บนโซฟา แม้จะงุ้มตัวเพราะรู้สึกอ่อนล้า แต่ระดับสายตาก็สูงกว่าคนที่นั่งอยู่บนพื้นนิดหน่อย

 

“เราตกลงจะศึกษากัน ถ้ามึงมีอะไรอยากถามก็ถาม อย่าเก็บไว้คนเดียว แต่ถ้ามึงไม่ถาม เดี๋ยวกูถามมึงเอง”

 

“มึงจะถามอะไร” สิตางศุ์ย้อนถามอย่างงุนงง

 

“ทำไมไม่รอกูไปรับ”

 

“อ่า…ก็เห็นว่ามึงรถติด”

 

“แล้วทำไมถึงวางสาย”

 

“ก็…มึงขับรถอยู่”

 

“แต่กูให้นิตาถือโทรศัพท์ กูไม่ได้ถือเอง” ชื่อของผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสาเหตุให้สิตางศุ์พาตัวเองเข้าไปใกล้เจียระไน มาในวันนี้ เขากลับไม่อยากได้ยินชื่อนี้จากปากคนตรงหน้าเลยสักนิด

 

“โซ่ มึงคิดมากเรื่องกูกับนิตาเหรอ”

 

“ก็…กู…กูไม่อยากให้นิตาอยู่ใกล้มึง กูไม่อยากให้มึงกับนิตาคุยกันรู้เรื่องแค่สองคน กูไม่เคยอยากเป็นเหมือนใคร ไม่เคยอยากได้อย่างใคร แต่ว่า…พอเป็นเรื่องของมึง กู…กูก็…อิจฉาคนที่ได้อยู่ใกล้มึงไปหมด กูไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย” มันอึดอัด มันทรมาน เหมือนไม่ใช่สิตางศุ์คนเดิมที่เคยเป็นมา

 

“พูดใหม่ มึงไม่ได้อิจฉาแต่มึงหึง” เป็นประโยคคำสั่งผสมประโยคบอกเล่า ทำเอาดวงตาคู่สวยที่มีแววไม่สบายใจต้องเหลือบขึ้นมองอีกหน

 

“เรียกว่าหึงเหรอ” คนไม่เคยมีความรัก ไม่เคยอิจฉาใคร ไม่เคยอยากมีอยากได้แบบใคร มาวันนี้เพิ่งเข้าใจว่าความรู้สึกที่เป็นอยู่คือ การหึง

 

เจียระไนยิ้มจาง ยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบเส้นผมสีน้ำตาลนิ่มนั่นแผ่วเบา

 

“วันที่มึงเห็นนิตาร้องไห้น่ะ เพราะนิตาทะเลาะกับแฟน พ่อแม่นิตาจะให้แต่งงานกับผู้ชายอีกคน แล้วแฟนนิตาก็ยอมเลิก…”

 

“อ่า…นิตาน่าสงสาร” สิตางศุ์ผู้แสนใจดีถึงกับครวญอย่างรู้สึกผิด เขาไม่น่าคิดในแง่ลบเลย ทั้งๆที่นิตากำลังมีปัญหาอยู่แท้ๆ

 

“นี่ไง เพราะมึงสงสารง่ายๆอย่างงี้ไง กูเลยไม่อยากเล่า” เจียระไนแทรก คิดเอาไว้ไม่มีผิดว่าถ้าคนตรงหน้ารู้เรื่อง สโลแกนเมตตาธรรมค้ำจุนโลกต้องปรากฏ แล้วยิ่งถ้าเขาทำเมินไม่ให้ความช่วยเหลือนิตา เกิดนิตามาขอความช่วยเหลือผ่านทางสิตางศุ์ งานนี้หญิงชายก็ใกล้กันอีก งานเอาตัวเองเข้าแลกเลยต้องมา สุภาพบุรุษลูกผู้ชายมากๆ!

 

“แล้ว…แล้วตอนนี้นิตากับแฟนดีกันรึยัง”

 

“ยังไม่รู้ นิตาให้กูไปช่วยพูดให้ แล้วบ้านแฟนนิตาแม่งโคตรไกล เกือบออกนครปฐมอยู่แล้ว”

 

“มึงไปพูดอะไรกับแฟนของนิตา?” สิตางศุ์ถามด้วยความอยากรู้ เพราะเท่าที่สนิทสนมกันมา อีกฝ่ายไม่ค่อยจะมองโลกอย่างสวยสดงดงามเท่าไร และไม่น่าจะให้กำลังใจสร้างความฮึกเหิมให้ใครได้

 

“กูบอกให้พานิตาหนีแม่งเลย รอสอบตัวสุดท้ายให้เสร็จ แล้วหนีซะ กลับมาอีกทีค่อยจูงหลานมาไหว้” คนฟังถึงกับตาเหลือก

 

“แบบนั้นจะดีเหรอ?!” คนนิยมวิธีเจรจาอย่างละมุนละม่อมย่อมไม่คิดว่าการพาหนีจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด

 

“แล้วมึงจะให้ทำไงล่ะ”

 

“ลองให้นิตาพาแฟนไปเจอพ่อแม่ดูก่อนมั้ยอ่ะ ค่อยๆคุยกัน แบบที่กูทำ”

 

“มึงทำตอนไหน?!” เจียระไนถามเสียงห้วน จิกทั้งตา จิกทั้งเสียง

 

…ตอบให้ดี ว่ามึงทำแบบนี้กับแฟนคนไหนของมึง…

 

“ก็ตอนกลับไปกระบี่ไง…เอ่อ…กูบอกทัศน์ด้วยแหละเรื่องกูกับมึง ทัศน์ก็บอกว่ามันจะช่วยพูดให้เรื่อยๆ ให้พ่อกับแม่กูรู้เรื่องของเราบ่อยๆ เขาจะได้ชิน อ่า…แล้ว….แล้วตอนที่หม่าม้าของมึงโทร.หากู กูก็ให้แม่กูได้คุยกับหม่าม้าด้วย คนที่แนะนำให้ซื้อชามาฝากบ้านมึงก็แม่กูนี่แหละ”

 

ร่างสูงที่นั่งอยู่บนพื้นถึงกับชะงัก ไม่รู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายกลับไปกระบี่แล้วอัพเกรดตัวเองขนาดนี้ ถึงขั้นวางหมากให้ลูกพี่ลูกน้องช่วยพูด ไหนจะชักนำให้มารดาของเขาและของสิตางศุ์รู้จักกันด้วย

 

…ตอนที่กูกำลังทำหน้าเศร้าให้คนที่บ้านต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาดูใจ ไอ้โซ่กลับกำลังวางแผนทำให้เรื่องของเรากลายเป็นเรื่องธรรมดาในความคิดของพ่อแม่มัน…

 

…ไอ้ฉิบหาย ทำอะไรไม่ปรึกษากู แต่แม่งโคตรเอาใจกูเลย!!…

 

“วิธีนี้ดีอยู่นะโจ๊ก แม่กูดูชอบมึงมากเลย แต่พ่อ…อ่า…สงสัยเพราะแม่ชมว่ามึงหล่อ พ่อก็เลยไม่ค่อยแฮปปี้”

 

“พูดแล้วก็กินด้วย ข้าวต้มมึงหายร้อนหมดแล้วมั้ง” เจียระไนหันไปหยิบกระปุกหมูหยองมาโรยลงไปให้อีก

 

“โจ๊ก กูไม่เห็นด้วยนะ เรื่องพาหนีน่ะ”

 

“เออๆ กูจะบอกนิตาให้” พอชื่อของผู้หญิงหลุดออกมา สิตางศุ์ก็ชะงักไปอีกหน ร่างสูงเหลือบตาสบกับคนที่ไม่ยอมตักข้าวต้มเข้าปากอีก แล้วก็ถึงกับหัวเราะเบาๆ

 

“กูเริ่มชอบเวลามึงหึงแล้วว่ะ เอาเป็นว่าถ้ากูจะคุยกับนิตาอีก จะให้มึงอยู่ด้วยเลย”

 

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ กูไว้ใจมึง”

 

“ถ้างั้นมึงก็ควรไว้ใจตัวเองด้วย ว่าดีพอสำหรับกู” เป็นการพูดจาห้วนๆที่ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนได้รับดอกไม้ช่อใหญ่ในวันที่อ่อนแอ มือใหญ่ใช้ช้อนในกระปุกตักหมูหยองโรยให้อีก

 

“กินเร็วๆ กินเสร็จจะได้กินยา แล้วเดี๋ยวกูพากลับไปนอนที่คอนโด ไม่ต้องมองหน้ากูเหมือนจะถามว่าคอนโดใคร คอนโดกูสิ! มึงไม่ต้องกลับไปนอนคนเดียวเลย ถ้ายังไม่หายดี”

 

“กูไม่ได้ป่วย…แค่…นอนไม่พอเท่านั้นแหละ…”

 

“แล้วมึงนอนไม่พอเพราะอะไร อย่าบอกนะว่าคิดเรื่องกูกับนิตาจนนอนไม่หลับ” หน้าเจื่อนๆของคนนอนไม่พอเป็นคำตอบได้อย่างดี เจียระไนเลยดีดหน้าผากเข้าให้ที

 

“คราวหลังสงสัยอะไรก็ถาม ไม่ต้องเก็บไปคิดมากคนเดียว”

 

“อื้ม คราวหลังจะไม่ทำแบบนี้แล้ว” สิตางศุ์รับปากแล้วตักข้าวต้มเข้าปากอีกคำ ไม่รู้เพราะหมูหยองมันหวานๆเค็มๆรึเปล่า ถึงได้ทานจนหมดถ้วย หรือบางที…อาจจะเป็นเพราะมีใครบางคนนั่งจ้องอยู่ตรงหน้าก็ได้

 

“แล้วมึงกินอะไรรึยัง” ร่างโปร่งผิวขาวจัดถามเมื่ออีกฝ่ายรับถ้วยข้าวต้มที่หมดแล้วไปวางในถาดตามเดิม ก่อนจะฉีกซองยาแก้ปวดลดไข้มาส่งให้ถือ

 

“ยัง เดี๋ยวค่อยกลับไปทำไรกินที่คอนโด มึงกินยาซะ ไอ้แพทได้ปล่อยกลับ”

 

“เออ แพทไปไหนแล้วก็ไม่รู้ จริงด้วย…แล้วมึงรู้จักที่นี่ได้ไง” เจียระไนหยิบโทรศัพท์มาเปิดให้ดู โพสต์ขอความช่วยเหลือของพี่รหัสของเขายังคงมีคนเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างถล่มทลาย แต่ที่ดูเหมือนจะตีกันในหน้าโพสต์ไปแล้วก็พี่รหัสของเขาและพี่รหัสของสิตางศุ์นั่นแหละ

 

“โอ้โฮ มึงทำขนาดนี้เลยเหรอ”

 

“ก็กูบอกแล้วว่ากูจริงจัง”

 

“กู…ขอโทษนะ กูน่าจะรอมึงที่คณะ เลยทำให้ทั้งมึงทั้งพี่ตฤณลำบากไปด้วยเลย”

 

“แต่กว่ากูจะไปถึงก็ช้าจริงๆนั่นแหละ มึงกลับมาที่นี่ก็ดีแล้ว อย่างน้อยจะได้นอนพัก” เจียระไนที่ตอนแรกทั้งหงุดหงิด ทั้งโมโห แต่พอมาเห็นสภาพอีกฝ่ายนอนซมหน้าซีดตัวรุมๆอยู่บนโซฟาแล้วก็ยิ่งนึกโกรธตัวเองขนาดหนัก แถมพานไปโกรธนิตาด้วยที่ดันมาขอความช่วยเหลือจากเขาวันนี้

 

“อ่า…จริงๆแล้ว…ถ้าให้รอ ก็รอได้ แต่…แต่กู…หึงนั่นแหละ…มึงกับนิตาเคยเป็นแฟนกันมาก่อน กู…กลัวมึงจะกลับไปหานิตาอีก เอ่อ…อย่าเข้าใจกูผิดนะ กูไม่ได้คิดว่ามึงโลเล แต่ว่า…กูไม่รู้ว่ากูจะสู้นิตาตรงไหนได้บ้าง กูก็เลย…ไม่มั่นใจว่ากูมีดีพอสำหรับมึงมั้ย”

 

มือใหญ่เอื้อมไปแตะที่แก้มขาว ปลายนิ้วโป้งลูบไล้เบาๆที่ผิวเนื้อใต้ดวงตา

 

“มึงรู้มั้ย ทำไมกูกับนิตาเลิกกัน…”

 

สิตางศุ์ส่ายหน้าช้าๆ ทว่าดวงตายังสอดประสานกัน ระหว่างพวกเขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่เจียระไนจะพูดต่อเบาๆ

 

“พวกกูเลิกกันเพราะมึง”

 

……………………………….

 

“ตอนกูเป็นแฟนกับนิตา กูเห็นมึงมองนิตาบ่อยๆ”

 

คำสารภาพจากผู้ชายที่ชื่อเจียระไน ทำเอาสิตางศุ์ต้องคิดตาม เพื่อนของเขาเคยบอกว่าสองคนนี้คบกันตอนปี 2 เทอม 1 ช่วงนั้นเขาชอบมองหญิงสาวจากภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาคนนี้ หล่อนไม่ได้สวยจัด ไม่ได้ใช้ของหรูแบรนด์เนมทั้งตัว หล่อนน่ารักและสดใส มองแล้วสบายตา

 

“กูมันคนขี้หงุดหงิด กูไม่ชอบ เคยไปบอกไอ้แพทให้มันบอกมึงว่าเลิกมองนิตาซะที แต่แม่งบอกว่าอย่าไปสนสายตามึงเลย เพราะมึงมองเป็นอย่างเดียว”

 

“อ่า…ก็…กูทำอย่างอื่นไม่เป็นนี่นา…”

 

“ใช่ แล้วมึงก็บ้าเรียนมากด้วย” เจียระไนแทรก ก่อนจะยอมกลับไปเล่าต่อ

 

“ทุกครั้งที่กูอยู่กับนิตา จะรู้สึกว่าถูกมอง พอมองหาก็เห็นมึงมองนิตาเสมอ กูเคยจะเข้าไปคุยกับมึงตัวต่อตัวหลายรอบ แต่มึงแม่งบารมีคุ้มหัวมาก กูเข้าไม่ถึงสักครั้ง แล้วกูก็เป็นคนแบบนี้ หงุดหงิดบ่อยๆ สุดท้ายก็เลยเลิกกับนิตา”

 

“อ้าว…สรุปมึงกับนิตาเลิกกันก็ไม่ใช่เพราะกูน่ะสิ โอ๊ย” คนถูกโทษให้เป็นสาเหตุของการเลิกราในครั้งนั้นเถียงขึ้นมาเบาๆ ทำเอาโดนดีดหน้าผากไปหนึ่งทีโทษฐานแก้ต่าง

 

“เพราะมึงสิ มึงน่ะจุดเริ่มต้นเลย…”

 

“…พอเลิกกับนิตา กูอยากรู้ว่ามึงจะทำยังไงต่อ ถ้านิตาโสด มึงน่าจะทำอะไรสักอย่าง กูมองหามึงบ่อยๆ จนรู้ว่าจะหามึงเจอได้ที่ไหน…ห้องสมุดคณะ…โรงอาหาร…โต๊ะม้าหินหน้าตึกเรียน…กับป้ายรถรับส่งของมหา’ลัย…กูรู้ตัวอีกที แม้แต่วันที่กูไม่มีเรียน กูก็มาคณะเพราะอยากเห็นมึงแล้ว แต่กูเข้าไปหามึงตรงๆไม่ได้ พี่รหัสมึงหวงอย่างกับหมาบ้า กูก็เลยไปบอกไอ้แพทว่ากูจะจีบมึง แต่ไอ้กตไม่ยอม มันบอกให้กูรอจนปีสี่ ต้องพิสูจน์ให้มันเห็นว่ากูสนใจมึงจริงๆ”

 

ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่าความรู้สึกของเจียระไนยิ่งใหญ่ คนที่เฝ้ามองห่างๆมาตลอดเกือบ 2 ปี คนที่อยู่กับความรู้สึกแบบนี้มาตลอดโดยแสดงตัวไม่ได้เลย นอกจากจะต้องใจใหญ่แล้ว ยังต้องมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าด้วย

 

“ความรู้สึกของกู…คงสู้มึงไม่ได้เลย” สิตางศุ์พูดแผ่วอย่างรู้สึกผิด แต่เจียระไนยักไหล่เหมือนไม่สนใจ

 

“ก็แน่อยู่แล้ว กูรักมึงมา 2 ปีนะโซ่ ส่วนมึงเพิ่งจะรู้สึกกับกูเมื่อเทอมที่แล้ว มึงจะสู้กูได้ยังไง”

 

“แต่มันไม่แฟร์กับมึง…”

 

“กูไม่ได้อยากได้ความแฟร์” ใบหน้าขาวเงยขึ้นสบตาคนที่พูดจาอย่างเด็ดเดี่ยว เจียระไนเป็นเช่นนี้เสมอ ตรงไปตรงมากับความรู้สึก มุ่งมั่นกับความต้องการ

 

“สิ่งที่กูอยากได้คือการที่มึงรักกู” คนตรงหน้าเงียบไป ทว่าร่างสูงไม่ได้ใส่ใจนัก เขายักไหล่เหมือนไม่สนใจ คำว่ารักจากปากคนที่ไม่รู้จักความรู้สึกแบบนี้คงเป็นเรื่องยาก แต่ไม่เป็นไร…มองที่การกระทำเอาก็ได้

 

“ถึงตอนนี้มึงจะยังบอกกูไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่มึงอยู่กับกู มึงหึงกู หวงกู กูว่ากูรู้แล้วว่ามึงรู้สึกยังไง” คนพูดคว้าเอามือขาวมากอบกุม ก่อนจะสอดนิ้วประสานกันเอาไว้ ความร้อนผ่าวของมือใหญ่นั้น ทำเอาสิตางศุ์อุ่นวาบขึ้นมาในอก รอยยิ้มจางจุดที่ใบหน้าขาวจัดยามที่สบตากัน

 

“กลับห้องกัน” ร่างสูงชวน ก่อนจะดึงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นยืน สิตางศุ์ลุกตามแต่ไม่ทันจะก้าวเดิน คนที่ชวนให้กลับก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ ล้วงเอาโทรศัพท์มืถือขึ้นมากดถ่ายรูปมือของพวกเขาที่ยังจับกันอยู่

 

“ทำอะไรน่ะโจ๊ก” ร่างโปร่งหันไปถาม หนุ่มตาเรียวทำหน้านิ่ง ตาดวงตาเป็นประกายวาววับ

 

“รายงานพวกขี้เสือก” เขาตอบแล้วก้มหน้าก้มตากดยุกยิก แม้สายตาและมืออีกข้างจะกำลังจดจ่ออยู่กับการกดโทรศัพท์ แต่ก็ยังจูงร่างโปร่งให้เดินตามออกมาจากห้องนั่งเล่น

 

“แพท กูกลับก่อนนะ” เจียระไนที่เอาแต่กดโทรศัพท์ได้ยินเสียงลาของคนที่เขาจับจูง ดังมาจากเบื้องหลัง แต่ก็ไม่ได้หันไปมอง ตาและนิ้วยังคงมีสมาธิอยู่กับโทรศัพท์

 

“เออ เจอกันที่คณะพรุ่งนี้” พฤกษาบอกลา เขาสบตากับเพื่อนสนิทที่ถูกจูงออกไปที่ประตู ก่อนจะชี้หน้า

 

“อยากทำอะไรก็ทำซะล่ะ อยากบอกอะไรก็พูดซะ จะได้ไม่ต้องเสียใจอีก” เป็นประโยคส่งท้ายก่อนที่คนทั้งสองจะออกจากบ้าน เขาทันเห็นสิตางศุ์ส่งยิ้มมาให้ก่อนที่ประตูจะปิดลง

 

คนเป็นเพื่อนถอนหายใจเบาๆอย่างโล่งอกที่พายุผ่านพ้นไปได้เสียที พฤกษาคงจะกลับเข้าครัวไปหาอะไรกินต่อ ถ้าไม่ใช่เพราะโทรศัพท์ของเขาสั่นรัวๆ หนุ่มทะเล้นแห่งภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู เป็นอีกครั้งที่มีข้อความหลั่งไหลเหมือนน้ำป่า

 

‘ตามตัวเจอด้วยเว้ยเฮ้ย’

 

‘จับมือกันด้วยยยยยย ฟหดกดกแกเกเดแดเดเดดเกเ’

 

‘ติซซี่จะทำโครงการขอพี่โซ่คืนจากพี่โจ๊ก มีใครจะร่วมมือกับติซซี่บ้าง’

 

‘ขอความร่วมมือที่ชาติหน้าค่ะ ชาตินี้พี่เชียร์อิโจ๊ก’

 

‘พี่ไม่อยากฮุบพี่โจ๊กไว้เองเหรอคะ เราร่วมมือกันชาตินี้ วินวินนะคะ’

 

‘เชี่ยเวฟเงียบกริ้บ สงสัยแม่งยุ่งกับการนับทอง’

 

‘เจอทองของจริง ไอ้โจ๊กนี่เจ็กร้านทองเลย’

 

และพอเขากดเข้าไปดูในหน้าโพสต์ของเจียระไน ภาพมือสองมือที่จับกันเอาไว้ก็ปรากฏ มือหนึ่งน่าจะเป็นของเจ้าของโพสต์ ส่วนอีกมือที่จับประสานกันอยู่นั้นขาวจัดจนน่าจะทายไม่ยากว่าเจ้าของเป็นใคร

 

เขาเลื่อนลงมาที่ใต้รูป คอมเม้นท์แรกมาจากเจ้าของโพสต์นั่นแหละ ดูเหมือนตอนมันลงรูปนี้คงรีบร้อนจะอวดชาวบ้านมากจริงๆ ถึงได้ลืมใส่ข้อความกำกับ เลยต้องมาใส่ที่ข้อความแรกสุดแทน และข้อความนั้นเป็นข้อความสั้นๆที่เฉลยให้ใครก็ตามที่สงสัยเกี่ยวกับมือในรูปนี้

 

‘มือไอ้โซ่’

 

สั้นๆได้ใจความ แต่บอกสถานะหัวใจของทั้งเจียระไนและ ‘ไอ้โซ่’ ได้เป็นอย่างดี

 

ติดตามตอนต่อไป (พฤหัสหน้า)

 

เดี๋ยวๆ ใครทายว่านิตาท้อง กลับมาก่อนค่ะ กลับมาก่อนนนนน ประเภทนางร้ายสายท้อง มัดมือชกพระเอกให้รับเป็นพ่อของลูก พระเอกก็แสนดีเห็นแก่เด็กและสตรีมีครรภ์ ลืมนายเอกไปชั่วขณะ อะไรอย่างนั้น เรื่องนี้ไม่มีค่ะ (ที่สำคัญคือมัดมือชกพระเอกอย่างโจ๊กปกครองนี่…ไม่น่าจะได้ แหะๆ)

 

ส่วนใครทายว่าโจ๊กทำเพื่อโซ่ เปล่าเลยยยยย โจ๊กชายชาตรีทำเพื่อตัวเองล้วนๆค่ะ หนึ่งหญิงหนึ่งชายใกล้กันไม่ได้ โจ๊กปกครองกล่าวไว้ กร๊ากกกก

 

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และกำลังใจเช่นเคยค่ะ

 

เจอกันพฤหัสหน้า (โซ่จะลงมือบ้างแล้ววววว)

 

Leave a Reply