Back to Home

NOV: วาระซ่อนเร้น

By: Dezair

………………..

ตอนพิเศษ งานบายเนียร์

 

‘บายเนียร์’ คืองานอำลารุ่นพี่ปี 4 ที่กำลังจะจบ ฟังดูแล้วเป็นงานที่เหมาะสำหรับคนที่รักใคร่กลมเกลียวกับรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะยิ่ง แต่…เจียระไนเป็นหนึ่งในมนุษย์ประเภทไม่สนใจใคร ไม่สนอีเว้นท์ไหน งานแบบนี้เขาย่อมมองผ่านแน่นอนอยู่แล้ว

 

ทว่า…น่าเสียดายที่ ‘พี่รหัสของเขา’ ไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยให้ทำอะไรตามใจ

 

‘พรุ่งนี้ บายเนียร์ มึงไปด้วย’ นั่นคือคำพูดของพี่รหัสอย่างตฤณ ซึ่งบ้าอำนาจชอบชี้นิ้วสั่งมนุษย์ผู้เดินสวนทางกับโลกตลอดเวลาแบบน้องรหัสอย่างเจียระไน

 

‘ไม่ไปหรอก ไม่เห็นน่าสนุก’ ส่วนนี่คือคำพูดของหนุ่มไม่น้อยที่เข้าปีหนึ่งมาด้วยคะแนนสูงสุดของภาควิชาการปกครอง แต่…แล้วยังไง? เรียนเก่งแต่เกลียดการเข้าสังคม ก็เป็นได้แค่ตำนานให้รุ่นพี่รุ่นเพื่อนกล่าวขานว่าคนหล่อๆ หัวดีๆ แต่แอนตี้โลกมีอยู่จริง

 

‘กูไม่ได้ให้มึงไปสนุก กูให้มึงไปโบกมือลาป้ารหัสกู’

 

และนั่นคือประโยคสุดท้ายของตฤณ พี่รหัสปีสอง

 

แน่นอน งานบายเนียร์ปีนั้น เจียระไนโผล่หัวไปร่วมงานครึ่งชั่วโมงแล้วหายต๋อม ไม่มีใครเห็นหัวมันอีก

 

……………………..

 

‘มะรืนนี้ บายเนียร์ กระดิกตีนไปเหยียบด้วย’

 

พอตฤณขึ้นปีสาม เจียระไนขึ้นปีสอง พี่รหัสที่่โอบอุ้มน้องรหัสซึ่งสร้างตำนานการหนีเวทีประกวดดาวเดือนคณะ ก็ยังคงวางก้ามใหญ่โตสั่งเจียระไนในไปร่วมงานอีกให้ได้

 

‘ไม่ไป ปีที่แล้วก็ไปให้แล้วไง’ ปีนี้โตขึ้นมาหน่อย พูดจากับรุ่นพี่ห้วนขึ้นอีกนิด แต่คอนเซ็ปต์เดิมคือไม่ร่วมชุมนุมใดๆทั้งสิ้น

 

‘ปีที่แล้วป้ารหัสกูจบ ปีนี้พี่รหัสกูจบ มันคนเดียวกันรึไง’ ส่วนตฤณก็ยังคงคอนเซ็ปต์ในการบังคับน้องรหัสเช่นเดิม

 

งานบายเนียร์ปีนั้น เจียระไนโผล่หัวไปร่วมงานครึ่งชั่วโมงเช่นเคย แล้วก็ไม่มีใครเห็นเงามันอีก

 

……………………..

 

ตฤณเล็งหลังน้องรหัสที่นั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินหน้าตึกเรียน สัปดาห์หน้ามีงานบายเนียร์ และปีนี้เขาปี 4 แล้ว งานบายเนียร์ที่จะจัดก็คืองานที่จัดเพื่อเขา ส่วนไอ้น้องรหัสปี 3 ที่ไม่ค่อยสนใจโลก มีสิทธิ์สูงมากกกก…ที่มันจะไปร่วมงานครึ่งชั่วโมงแล้วกลับเหมือน 2 ปีที่ผ่านมา

 

…ไม่ได้การ เพื่อนคนอื่นมีน้องรหัสทั้งสายไปให้กำลังใจ แล้วจะเป็นกูคนเดียวที่เสียหน้ารึไง?!!…

 

“โจ๊ก” เขาเดินดุ่มๆเข้าไปหาน้องรหัสนอกคอกที่นั่งอยู่คนเดียว มันชะงักไปนิด เก็บโทรศัพท์มือถือลงกระเป๋าเสื้อแล้วเงยหน้ามอง ก่อนจะยกมือไหว้

 

“นั่งคนเดียวเหรอมึง” ไหนๆก็ปีสุดท้ายแล้ว พูดจาเป็นผู้เป็นคนกับน้องมันซะหน่อย มันจะได้เอาไปบวกลบคูณหารสร้างแรงจูงใจในการไปงานบายเนียร์

 

เจียระไนหันมองซ้ายขวา ก่อนจะหันมาทางพี่รหัสตัวเอง

 

“เฮียเห็นใครนั่งกับผมเหรอ”

 

…กวนส้นตีน!…

 

หน้าตาคนมีศักดิ์เป็นพี่รหัสดูเหมือนอยากจะกินหัว แต่เจียระไนยักไหล่เหมือนจะไม่ใส่ใจเช่นเคย

 

“มีไรล่ะ ถ้าจะถามถึงไอ้ฟ้า วันนี้มันไม่มาหรอก หนีไปเที่ยวเมืองนอกนู่น” จากหน้าตาคล้ายจะอยากกินหัว ตฤณเปลี่ยนเป็นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงเพื่อนสนิทต่างคณะของมัน

 

…ระฟ้า ชื่อสูงส่ง ทำตัวสูงส่ง ดูแล้วไม่น่าจะเอื้อมไม่ถึง แต่คนอย่างตฤณก็เอาไม้สอยจนร่วงลงมาได้แล้วกัน!…

 

“อย่าบอกนะว่าไอ้ฟ้าไม่บอก แฟนคลับมันยังรู้เลย ถ้าเฮียไม่รู้ สงสัยสถานะท่าจะไม่มั่นคงแล้วมั้ง”

 

…กวนส้นตีนรอบที่สอง…

 

ตฤณพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ ควบคุมอารมณ์เอาไว้ อย่างน้อยๆต้องให้มันไปงานบายเนียร์ให้ได้

 

“กูจะมาคุยเรื่องงานสัปดาห์หน้า”

 

“งานไร”

 

…ไอ้หอกกกกก งานบายเนียร์กูไง!!…

 

“บายเนียร์”

 

“อ้อ ไม่…”

 

“อย่าเสือกพูดว่าไม่ไป! บายเนียร์กู! มึงไม่โผล่หัวไปไม่ได้! แล้วอยู่ให้จบงานด้วย!!”

 

“ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะไม่ไป แต่จะบอกว่าไม่มี…” เจียระไนพูดไม่ทันจบ สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนกำลังเดินตรงมาที่โต๊ะม้าหินหน้าตึกเรียน ใครบางคนที่ผิวขาวจัด ใครบางคนที่มีรอยยิ้มสวยๆ ใครบางคนที่…เอาหัวใจของเขาไป

 

“เฮีย! นั่งลง!!”

 

“อะไร ชวนกูนั่งทำไม”

 

“บอกว่าให้นั่งลงไงเล่า!!” ตฤณยอมทำตามที่น้องรหัสพูด แล้วพอเขานั่งลงแล้ว มันก็ทำเป็นยกหนังสือขึ้นตั้ง แล้วค้อมตัวลงเหมือนหมอบกับโต๊ะอ่านหนังสือ

 

…ทำเชี่ยอะไรของมึงเนี่ย…

 

“ไม่ต้องถามเฮีย นั่งเฉยๆ เดี๋ยวผมไม่ไปนะ”

 

…นี่มึงหลอกล่อกูซึ่งกำลังจะเรียนจบด้วยการขู่ว่าจะไม่ไปงานบายเนียร์เหรอวะ?!!…

 

ตฤณไม่ทันได้ถามอะไร รุ่นน้องร่วมคณะแต่ต่างภาควิชาที่เดินผ่านก็หันมายกมือไหว้ เขาหันไปรับไหว้เพราะคุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่ ก่อนจะหันกลับมาหาน้องรหัสตัวเองที่ทำตัวไม่สมประกอบ เป็นจังหวะเดียวกับรุ่นน้องสองคนเดินผ่านโต๊ะพวกเขาไป แล้ว พูดคุยกันเรื่องงานบายเนียร์พอดี

 

“งั้นมึงกลับไปดูหมามึงเถอะ เดี๋ยวกูไปเอง”

 

“ไปเองแล้วมึงจะได้ของเหรอ โซ่…หน้าอย่างมึงตัดสินใจเร็วที่ไหน…สัปดาห์หน้าเเล้วนะเว้ย”

 

“เชื่อใจกูหน่อย กูไปเองได้จริงๆ แค่จะหาแจ็กเก็ตสักตัวเท่านั้นแหละ เชิ้ตมีแล้ว กางเกงก็มี รองเท้าก็ผ้าใบ”

 

“ถ้าหน้าตาไม่ดี กูอยากจะบอกว่ารสนิยมมึงห่วยมากนะ”

 

“เชี่ยแพท ด่ากู” ประโยคเหมือนต่อว่าเพื่อน แต่ผสมมาด้วยเสียงหัวเราะที่ดูแล้วเจ้าตัวก็ยอมรับกับคำด่านั้นจริงๆ

 

“เอาเถอะๆ งั้นถ้ามึงหาไม่ได้ก็บอกกูแล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นกูจะไปเป็นเพื่อนอีกรอบ ไป มึงไปได้แล้ว จะได้มีเวลาตัดสินใจมากๆ”

 

บทสนทนาของรุ่นน้องสองคนจบลงแล้ว พร้อมกับที่คนผิวขาวจัดเดินแยกออกไปยังป้ายรถรับส่งของมหาวิทยาลัย เพียงเท่านั้น…ไอ้น้องรหัสของตฤณก็วางหนังสือลงทันทีแล้วลุกขึ้น

 

“อ้าว เป็นไรของมึง”

 

“ไปแล้วเฮีย”

 

“ไปไหนวะ”

 

“ไปซื้อของเตรียมตัวไปงานบายเนียร์เฮียไง” แล้วเจียระไนก็คว้ากระเป๋าเดินจากไปทันที ท่ามกลางสายตางุนงงของคนเป็นพี่รหัส

 

…แม่ง กูมีน้องรหัสที่หล่อ ฉลาด แต่ไม่ปกติจริงๆว่ะ…

 

……………………….

 

รถรับส่งของมหาวิทยาลัยจอดในบริเวณช้อปปิ้ง นิสิตจำนวนมากพากันแห่ลงจากรถ และหนึ่งในนั้นก็คือสิตางศุ์ ดวงตาเรียวเหมือนตาเหยี่ยวจับจ้องร่างผอมโปร่งผิวขาวจัดที่โดดเด่นที่สุดซึ่งเดินลงจากรถพร้อมคนอื่นๆ ก่อนที่เจียระไนจะขยับตัวลงตาม

 

…ใช่ ลงตาม เพราะที่ขึ้นรถมานี่ ก็ขึ้นตามมาเหมือนกัน…

 

ร่างสูงใหญ่ของคนแอบตามยังคงยืนอยู่ห่างๆ ในขณะที่สิตางศุ์ดูจะคิดไม่ตกว่าจะไปทางไหนต่อดี ฝั่งตรงข้ามเป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่ ถ้าจะหาแจ็กเก็ตใส่ไปงานบายเนียร์อย่างที่ว่าจริง การเดินฝั่งนั้นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในเวลาที่อากาศร้อนแบบนี้ แต่…สิตางศุ์เดินเลี้ยวไปอีกทางแทน

 

ไม่มีทางเลือกอื่นสำหรับเจียระไน เขาจำต้องเดินตามทั้งๆที่อากาศร้อนจัดและดวงอาทิตย์ยังตรงหัว

 

ร้านแรกที่เจ้าของผิวขาวจัดเดินเข้า เจียระไนยืนหลบรออยู่อีกสามร้านถัดไป รายนั้นเข้าไปได้แปบเดียวก็ออกมา ไม่มีอะไรติดไม้ติดมือออกมาด้วย

 

ร้านที่สอง เจียระไนทำเป็นเลือกเสื้ออยู่ร้านข้างๆ แต่ตาเหลือบมองไปเข้าไปเห็นสิตางศุ์หยิบๆจับๆเสื้อเเจ็กเก็ตตัวหนึ่ง แล้วสุดท้ายมันก็เดินออก

 

ร้านที่สาม คราวนี้เจียระไนทำเป็นเดินตามเข้าไปด้วย แต่สิตางศุ์ไม่ทันสังเกตเขา เพราะมันเดินสวนเขาออกไปหน้าตาเฉย ร้านนี้มันก็ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือเช่นกัน

 

…ไอ้ฉิบหาย!! เลือกของยากไปมั้ย?!! เสื้อแจ็กเก็ตตัวที่มึงจับเมื่อกี้ก็ดีแล้ว จะเลือกร้านอื่นไปทำไม?!!…

 

คราวนี้มาถึงร้านที่สี่ แน่นอน ร้านนี้เจียระไนไม่ซ่อนตัวอีกต่อไป เขาเดินตามสิตางศุ์เข้าไปติดๆ แล้วพอมันจับเสื้อแจ็กเก็ตตัวหนึ่ง เขาก็เอื้อมมือไปจับด้วย

 

“อ้าว โจ๊ก”

 

วันนี้ที่รอคอย ดวงตาคู่สวยหันมาเห็นเขา แถมเรียกชื่ออีกต่างหาก

 

“อือ” ไม่ว่าในใจจะโหยหวนแค่ไหน แต่สีหน้าของร่างสูงกลับยังนิ่งเรียบ ไม่เปลี่ยนไปเลย ที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมาคือแววระยิบระยับในดวงตาเรียว ทว่า…อีกฝ่ายไม่ทันสังเกตแน่นอน

 

“ซื้อเสื้อเหรอ” เจียระไนถาม แต่ไม่ได้สนใจเเจ็กเก็ตตัวเดิมที่ทำเป็นจับพร้อมกับสิตางศุ์อีกแล้ว เขากวาดตาสอดส่องมองไปรอบๆร้าน

 

…อืม…ตัวโน้นก็เหมาะกับโซ่ แต่ตัวสีขาวนั่นก็ดูดี โซ่มันขาว ยิ่งใส่สีขาวยิ่งโคตรออร่าเลย…

 

“อืม จะใส่ไปงานบายเนียร์ไง ไปมั้ย”

 

ไม่สนิทกันเท่าไร แต่ก็เห็นหน้าค่าตากันอยู่ แถมเป็นผู้ชายทั้งคู่ สิตางศุ์ไม่รู้ว่าจะเรียกแทนอีกฝ่ายว่ายังไงดี เลยเว้นเอาไว้แบบนั้น

 

“พี่กูมันยอมให้กูไม่ไปซะที่ไหนล่ะ”

 

ร่างโปร่งหัวเราะเบาๆ พี่รหัสของเจียระไนเป็นเพื่อนสนิทต่างภาควิชาของพี่รหัสของเขา แน่นอนว่าเรื่องของคนโดดอีเว้นท์เป็นนิจอย่างเจียระไนย่อมรู้มาถึงหู

 

“ก็เห็นไปทุกปีไม่ใช่เหรอ” ดวงตาคู่สวยมีแววระยิบและซุกซน ก่อนจะพูดต่อ “…แต่เห็นหนีกลับก่อนทุกที”

 

เจียระไนชะงัก คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะจำเรื่องของเขาได้ แต่ก่อนที่จะเผลอยิ้ม เขารีบเอาลิ้นดุนข้างแก้มไว้ก่อน

 

สิตางศุ์หันไปเลือกเสื้อต่อ แต่ก็ดูเหมือนเจ้าตัวจะตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะหยิบตัวไหนมาลอง มือใหญ่เลยชี้นิ้วไปที่เสื้อแจ็กเก็ตสีขาว

 

“ตัวนั้นเหมาะกับมึง” ร่างโปร่งหันมองตามเสียง ก่อนจะเหลือบสายตามามองเจ้าของนิ้ว

 

“ขอลองตัวนั้นได้มั้ยครับ” เจียระไนไม่มองหน้าคนข้างกาย แต่หันไปพูดกับพนักงานขายประจำร้าน

 

“สีขาวเหรอ แล้วกูจะใส่กับกางเกงสีอะไรล่ะ” สิตางศุ์รับเสื้อมา แต่ก็ยังมีคำถาม

 

“ลองดูก่อน เดี๋ยวก็นึกออกเอง” พออีกฝ่ายสนับสนุนแบบนั้น เจ้าตัวก็เลยลองสวมทับเสื้อนิสิตของตัวเองแล้วเดินไปดูที่หน้ากระจก มีเจียระไนเดินตามหลังไปยืนดูด้วย

 

“รองเท้าด้วย ตอนแรกว่าจะใส่ผ้าใบ แต่ถ้าใส่แจ็กเก็ตสีขาว จะใส่ผ้าใบดีเหรอ” คนไม่ค่อยแต่งตัว หรืออีกนัยหนึ่งคือมักจะแต่งตัวง่ายๆ เสื้อยืด เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ ไม่มีไอเดียในการแต่งตัวเนี้ยบออกงานเลย  

 

“รองเท้านิสิตไง”

 

“แล้วกางเกงล่ะ?” สิตางศุ์ถามอีก จินตนาการไม่ออกว่าแจ็กเก็ตสีขาวจะใส่กับกางเกงสีอะไรดี

 

“สีขาว” ในขณะที่เจียระไนนั้นวาดภาพในหัวตัวเองเสร็จสรรพ เห็นกระทั่งคนข้างกายใส่เสื้อผ้าครบชุดหันมายิ้มหวานๆให้อีกต่างหาก

 

ใบหน้าขาวจัดมีแววนึกคิด ก่อนจะเอ่ยเบาๆอย่างไม่มั่นใจนัก

 

“จะมีมั้ยนะ?…อ่า…น่าจะมี…”

 

“นั่นแหละ ใส่กับตัวนั้น” ตัวไหนไม่รู้…เพราะตอนนี้ภาพในหัวของเจียระไนกลายเป็นสิตางศุ์ที่กำลังถอดที่ละชิ้นแล้ว

 

“แล้วเสื้อข้างในล่ะ” คำถามจากคนข้างกายดังขึ้นอีก ฉุดกระชากร่างสูงออกมาจากความคิดบาปๆเหล่านั้น

 

“เอ่อ…สีขาว”

 

คราวนี้ดวงตาคู่สวยเหลือกโต

 

“หา? ขาวทั้งชุดเลยเหรอ”

 

“เออสิ” สิตางศุ์คิดถึงภาพที่ตัวเองใส่แจ็กเก็ตขาว กางเกงขาว เสื้อตัวในก็ขาว ขาวไปหมดทั้งตัวแบบนี้ จะดูประหลาดรึเปล่า ไหนจะธีมของงานอีกล่ะ ไม่ใช่จะใส่อะไรก็ได้ตามใจคิดเสียหน่อย

 

“แต่ธีมงานมัน…ดาร์คเอจไม่ใช่เหรอ”

 

“แล้วไง? มึงแหกธีมสักคน คนอื่นจะไม่สนุกรึไง”

 

“ไม่ใช่เแบบนั้น แต่…มันจะแปลกๆน่ะสิ คนอื่นใส่ดำกัน แล้วกูใส่ขาวงี้” พออีกฝ่ายใช้สรรพนามแทนตัวว่ากูมึงมา ผู้ชายด้วยกันอย่างสิตางศุ์เลยตอบกลับด้วยสรรพนามเดียวกัน แน่นอน…เป็นอีกครั้งที่คนฟังแอบชมในใจ

 

…ขนาดพูดกูมึงยังน่ารักสัดๆเลย…

 

“เดี๋ยวกูใส่เป็นเพื่อน” คำพูดเรียบๆของเจียระไนดังขึ้นหลังจากการเอาลิ้นดุนแก้มตัวเองขนาดหนัก สิตางศุ์หัวเราะเบาๆหน้าตาสดใส

 

“แล้วเพื่อนอย่างมึงก็หนีกลับก่อนตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกน่ะสิ”

 

“กูจะอยู่กับมึงจนจบงาน” ดวงตาเรียวจับจ้องมาที่กระจก และมันสบตากับดวงตาของสิตางศุ์ผ่านทางเงาสะท้อนนั้น ทว่า…แม้จะมองกันด้วยวิธีนี้ แต่อะไรบางอย่างที่ทรงพลังและหนักแน่นก็ยังถูกถ่ายทอดมาถึงจนได้แต่นิ่งงัน

 

“ตกลงมั้ย มึงใส่ขาว กูก็ใส่ขาว” คำถามนั้นจริงจัง…จริงจังพอๆกับอะไรบางอย่างที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาเรียว

 

“แล้วถ้ามึงหนีกลับก่อนล่ะ”

 

“กูจะพามึงหนีด้วยไง” สิตางศุ์หัวเราะ ก่อนจะยอมจำนนซื้อเสื้อแจ็กเก็ตสีขาวตัวนี้เพื่อใส่ไปงานบายเนียร์ในสัปดาห์หน้า แล้วจากนั้นก็แยกกับเจียระไนเมื่อออกจากร้าน

 

โบกมือลากันแล้ว สิตางศุ์เลี้ยวไปทางซ้าย ส่วนเจียระไนเลี้ยวไปทางขวา ทว่าก่อนที่จะก้าวเท้าเดิน อะไรบางอย่างก็ดลใจให้ร่างโปร่งหันไปมองคนที่ ‘บังเอิญ’ เข้าไปเจอกันในร้านเมื่อครู่นี้

 

ร่างสูงใหญ่เดินดุ่มๆอยู่ไกลๆ ก่อนจะพ้นออกไปจากโซนช้อปปิ้งโดนไม่แวะดูร้านไหนอีก ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ แล้วคำถามหนึ่งก็ดังขึ้นในหัว

 

…โจ๊ก…ไม่ซื้ออะไรเลยเหรอ?…

 

……………………………

 

งานบายเนียร์ปีนี้ถูกจัดขึ้นในธีมงาน Dark Ages ทุกอย่างในงานจึงเป็นสีโทนมืดและดำทั้งหมด รวมไปถึงคนที่มางานซึ่งล้วนแต่งชุดสีเข้มทั้งสิ้น ยกเว้นก็แต่…ใครบางคนที่สวมชุดขาวมาทั้งตัว

 

“อ๊ะหือ! นี่มึงเดินออกมาจากบ้านทรายทองเหรอวะ ชายกลาง”

 

พฤกษาอดปากไม่อยู่ เมื่อเพื่อนรักอย่างสิตางศุ์เดินเข้ามาในงานด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีขาว กางเกงขาว เชิ้ตก็ขาว รองเท้าหนังขัดมันเงาวับ แถมเซ็ตผมเนี้ยบ หล่อจนที่เคยด่าว่ามันรสนิยมแย่ถึงกับอยากจะคายประโยคนั้นทิ้ง

 

“อ่า…อย่าเเซวสิ” แต่สิตางศุ์ก็ยังเป็นสิตางศุ์ เจ้าตัวยิ้มซื่อๆ ดูออกจะเขินด้วยซ้ำ

 

“พ่อเจ้าประคุณรุนช่อง แค่นี้แถวคนจองมึงก็ยาวไปถึงยะลาแล้วนะ ถ้าเห็นมึงเวอร์ชั่นชายกลางอย่างงี้ รับรองมีคนสมัครตำแหน่งพจมานอีกเป็นหมื่น” พฤกษาชมไม่หยุด เดินวนสามรอบดูเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า และเท้าจรดหัวก็พูดได้คำเดียว ว่าเพื่อนเขามีดีจริงๆ

 

“พูดอะไรของมึงเนี่ย” คนถูกชมหัวเราะด้วยความไม่เข้าใจตามประสาคนไม่ค่อยรู้อะไร

 

“เสื้อนี่…ที่ไปซื้อวันนั้นใช่มั้ย”

 

“อื้อ”

 

“รสนิยมใช้ได้นี่หว่า”

 

“กูไม่ใช่คนเลือกหรอก”

 

“คนขายเชียร์ล่ะสิ ดีๆ ร้านไหนบอกกูที กูจะไปตบรางวัลให้อย่างงาม” สิตางศุ์หัวเราะอีก

 

“โจ๊กมันเชียร์” พฤกษาชะงักกึก หันมองคนพูดแทบไม่ทัน

 

“มึงว่าไงนะ”

 

“โจ๊ก ปกครองไง วันนั้นกูเจอมันที่ร้านพอดี มันก็เลยช่วยกูเลือก ตอนแรกกูก็จะไม่เอา แต่มันบอกว่าตัวนี้สวย แล้วก็บอกให้กูใส่กับกางเกงขาว เสื้อขาว”

 

“มึงไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับไอ้กตนะ”

 

“ทำไมล่ะ”

 

“ก็…เดี๋ยวมันมาด่ากู วันนั้นมันให้กูไปเป็นเพื่อนมึง แต่กูเทมึงนี่หว่า แล้วมันก็ไม่ค่อยชอบไอ้โจ๊กด้วย”

 

“อ้าว จริงเหรอ กูไม่เห็นรู้มาก่อนว่ามันไม่ถูกกัน”

 

“นั่นแหละๆ ไม่ต้องพูดมาก” สิตางศุ์ไม่ซักไซ้อะไรอีก ในเมื่อพฤกษาบอกว่าอลงกตไม่ถูกกับเจียระไน เขาก็จะไม่พูดถึงอีก เพื่อนซี้สองหน่อแห่งภาคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกำลังจะเดินเข้าห้องจัดเลี้ยงด้านใน ทว่าใครบางเดินพ้นประตูใหญ่มาที่โต๊ะลงทะเบียนเสียก่อน

 

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ สวมแจ็กเก็ตสีขาว  เชิ้ตดำ  ไม่ติดกระดุมสองเม็ดบน กางเกงดำ  รองเท้าหนังมันวาว และผมเซ็ตลวกๆ หล่อเซอร์ลุคแบดบอยชนิดที่แม้แต่เพื่อนร่วมรุ่นที่เห็นหน้าค่าตากันมานาน ก็ยังพากันมองตาค้าง

 

“เชี่ยโจ๊ก!!! ถ้ามึงจะมาหล่อขนาดนี้ คราวหลังปรึกษากูด้วย!! สัด! นี่งานบายเนียนร์กู เสือกหล่อไม่เกรงใจกูได้ไง!!!” พี่รหัสอย่างตฤณที่ยืนรอน้องรหัสนอกคอกด้วยความลุ้นสุดหัวใจว่ามันจะไม่มา ถึงกับร้องดังลั่น

 

…เพราะนอกจากมันจะมาแล้ว ยังมาอย่างหล่อ! หล่อคำเดียวไม่พอ พี่รหัสคนนี้ขอใส่ไม้ยมกเยอะๆว่ามันหล่อมากๆๆๆๆๆ!…

 

“แล้วสูทขาวนี่อะไร?! มึงไม่ได้ดูธีมงานเหรอ ดาร์คเอจโว้ย!!!” แต่เนื่องจากวันนี้น้องรหัสหล่อเกินหน้าเกินตา พี่รหัสที่ดีก็ต้องขอแซวสักหน่อย แต่คนอย่างเจียระไนไม่มีสะทกสะท้าน หนำซ้ำยังแสยะยิ้มอีกต่างหาก

 

“สันดานอย่างเดียวดาร์คไม่พอรึไง”

 

เขาไม่ได้พูดว่ามีใครอีกคนที่แต่งขาวมาเหมือนเขา แถมรายนั้นยังแต่งขาวทั้งชุดอีกด้วย เจียระไนไม่ได้ทัก ฝ่ายนั้นเองก็ไม่ได้ทักเขา แต่ชั่ววูบหนึ่ง ดวงตาสองคู่มองสบกัน ต่างคนต่างมองกัน และเจียระไนเห็นริมฝีปากสีสดคลี่ยิ้มให้เขาน้อยๆ ราวกับจะขอบคุณที่เขาใส่สีขาวตามสัญญา ก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดขาวทั้งชุดจะถูกเพื่อนคนอื่นๆดึงเข้างานไป แล้วทิ้งเจียระไนเอาไว้ที่เดิม

 

“มึงยิ้มไรวะ โจ๊ก” ปราการเพื่อนซี้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆถาม

 

“เสือก” คนถูกทักว่ายิ้มกลางอากาศหันไปด่าทั้งๆที่รอยยิ้มยังติดอยู่ที่มุมปาก ก่อนจะเดินเข้างานไปอีกคน

 

งานบายเนียร์ปีนี้ เจียระไนสัญญาว่าจะอยู่จนจบงาน ทว่า…พอทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะของปีสาม ภาควิชาการปกครอง เขาก็รู้ตัวว่าการอยู่ในงานนี้จนจบเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอย่างยิ่ง!

 

…ไอ้สัด!! ใครจัดโต๊ะให้ปกครองปีสามติดกับโต๊ะไออาร์ปีสามวะ?!! แล้วนั่น!…เชี่ยเอ๊ย! ไอ้โซ่นั่งตรงข้ามกูอีก!!…

 

…ไม่ต้องเลย! ไม่ต้องมองมาที่กูแล้วยิ้มขอบคุณ!! แม่งเอ๊ย!!!…อยากให้กูยิ้มตอบใช่มั้ย!! กูจะยิ้มตอบก็ได้!!!…

 

“โจ๊ก มึงยิ้มอะไรอีกแล้ววะ” ปราการทักเหมือนอยากได้คำตอบ ทั้งๆที่เห็นกับตาว่าพอเจียระไนเห็นโต๊ะข้างๆเป็นโต๊ะของใครบางคน มันก็ยิ้มเหมือนโลกนี้อุดมไปด้วยดอกไม้บานสะพรั่ง

 

“มึงคิดว่ากูอยากยิ้มรึไง?!” คนโดนทักพยายามเอาลิ้นดุนข้างแก้ม แต่ไม่ไหว…ยังไงๆก็หุบยิ้มไม่ได้ เพราะปากมันยิ้มไปแล้ว เอาลิ้นดุนแก้มก็ไม่ช่วยอะไร!

 

“เหงือกแห้งแน่เพื่อนกู ย้ายโต๊ะมั้ย ไปนั่งโต๊ะอื่น” เสนอทางออกเหมือนจะช่วยเหลือ แต่ใครจะรู้ ปราการนี้ล่ะตัวตั้งตัวตีให้ปกครองปีสามนั่งโต๊ะติดกับไออาร์ปีสาม

 

“ย้ายพ่อง!” ปากด่าแต่หน้ายังยิ้ม และคาดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของหนุ่มปกครองตาเรียวไปตลอดค่ำคืนนี้ของงานบายเนียร์

 

…หนีกลับก่อนก็ไม่ได้ แถมต้องนั่งเห็นหน้า ‘โซ่ ไออาร์’ ไปตลอดทั้งงาน คราวนี้ล่ะ ‘โจ๊ก ปกครอง’ คงได้ไบโพลาร์กำเริบตลอดทั้งคืน!!…

 

FIN

มีคนบอกว่า โจ๊กโดนบัวแกล้งจนกระทั่งจบเรื่อง ก็อยากจะบอกว่าตอนพิเศษมันก็โดนบัวแกล้งค่ะ กร๊ากกกก เป็นพระเอกที่น่าเอ็นดูมากนะคะ ทั้งๆที่ใจร้อน มุทะลุ แต่ประสบความสำเร็จช้า ฮ่าฮ่า (ผายมือให้ดูพี่โตเป็นตัวอย่าง รายนั้นนิ่ง สงบ แต่ฟาดเรียบ)

ส่วนโซ่ก็…ซื่อและบื้อมากกกกกกกกก (ตามคอนเซ็ปต์) โดนเขาตามก็ไม่รู้ตัว โดนเขาตะล่อมให้ใส่ขาวคู่กันก็ไม่รู้ตัว อะไรใดๆก็ไม่รู้ตัว สมควรให้กตห่วงจริงๆแหละค่ะ ฮ่าฮ่า

 

มีตอนพิเศษเหลืออยู่อีก เดี๋ยวพฤหัสฯหน้าเอามาลงให้อ่านกันค่ะ

ขอบคุณคนอ่าน คนเม้นท์ คนติดตาม และทุกกำลังใจเช่นเคย ขอบคุณพื้นที่บอร์ดด้วยค่ะ

 

เจอกันพฤหัสฯหน้า (ขอจับสลากก่อนว่าเอาตอนไหนลงดี…ความอวดนี้ ฮ่าฮ่า)

 

Leave a Reply