Back to Home

บทที่ 36

 

‘คนรักในฝัน’ รายการนัดเดตดาราที่มีเรตติ้งสูงตั้งแต่เริ่มออกอากาศเริ่มบันทึกเทปรายการซีซั่นใหม่แล้ว กติกาคือเชิญดาราชายสิบคนในวงการบันเทิงมาร่วมรายการ ทางรายการจะเลือกหนุ่มโสดในฝันที่ทั้งหล่อและรวยหนึ่งคนเพื่อมาเป็น ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’  ซึ่ง ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ จะได้เดตกับดาราชายทั้งสิบ ในแต่ละตอนจะคัดดาราชายออกตอนละหนึ่งคน สุดท้ายจะเหลือดาราชายเพียงคนเดียวที่ได้จับคู่กับ ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ จะสามารถจูงมือหนุ่มหล่อกลับบ้านได้ตามอำเภอใจ เพราะในตอนสุดท้ายที่เหลือดาราชายเพียงคนเดียวนี้ สิทธิ์ในการตัดสินใจจะเป็นของฝ่ายดาราชาย ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ ต้องใช้วิธีการของตนขอความรักจากดารา และดาราสามารถเลือกที่จะรับรักหรือปฏิเสธก็ได้

ในซีซั่นก่อนหน้านี้เป็นการจับคู่ระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง ครั้งนี้ทีมงานใจกล้ามากที่เลือกจับคู่ระหว่างผู้ชายกับผู้ชาย รายการยังไม่ทันออกอากาศก็สร้างกระแสครึกโครมทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศไม่น้อย

“เคน ทำแบบนี้จะดีจริงๆ หรือ” โปรดิวเซอร์สาวที่สวมแว่นกรอบดำและสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตช์ถามด้วยความกังวลใจ ถึงแม้ตอนนี้กำลังจะเริ่มบันทึกเทปตอนแรกของรายการแล้ว แต่เธอก็ยังวางใจไม่ลง

พวกเขาจำเป็นต้องหาหนุ่มโสดในฝันคนพิเศษที่ทั้งหล่อและมีเบื้องลึกเบื้องหลัง เพื่อให้รายการครั้งนี้มีเรตติ้งสูงกว่าเดิม และบุคคลสำคัญที่เคนเชิญมาด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่แค่ตรงตามความต้องการของพวกเขา งานนี้เรียกว่าเกินกว่าที่พวกเขาคาดไว้เลยก็ว่าได้ แต่บุคคลท่านนั้นไม่ชอบให้ใครบังคับบงการ ซึ่งดูมีทีท่าว่าจะส่งผลต่อจุดขายบางอย่างที่ทางรายการได้จัดวางเอาไว้

เคนดันแว่นกรอบทองที่อยู่บนสันจมูกพร้อมกับเม้มริมฝีปากก่อนหัวเราะ “วางใจเถอะน่า หวังหนาน พวกเราหาคนที่ดีและเหมาะกับรายการของเรามากกว่าชาลส์ไม่ได้แล้ว อีกอย่างยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้รายการมากเท่าไรก็ยิ่งน่าลุ้นน่าติดตามมากขึ้นเท่านั้นไม่ใช่หรือ ตอนนี้ในอินเตอร์เน็ตต่างพูดกันว่าเฝิงซิวเจี๋ยน่าจะเป็นผู้ชนะที่อยู่ถึงตอนสุดท้าย ถ้ากลางทางเกิดความเปลี่ยนแปลงที่พลิกความคาดหมาย ก็จะทำให้คนดูแปลกใจและพูดถึงมากกว่าเดิม”

ก่อนเริ่มบันทึกเทปรายการ ดาราชายทั้งหมดจะไม่ได้เห็น ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ เพื่อจับสีหน้าของเหล่าดาราชายในตอนได้พบกับ ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ เป็นครั้งแรก ทีมงานจึงเลือกที่จะปกปิดฐานะของ ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ เอาไว้ก่อน

ทีมกล้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม โดยแบ่งถ่ายระหว่างดาราชายและชาลส์ สถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้จึงเลือกใช้โรงแรมสกายการ์เดนซึ่งหรูหราที่สุดในเมือง S เพื่อให้รู้สึกถึงความอลังการงานสร้าง ทีมกล้องเข้ามาในห้องขนาดใหญ่ซึ่งเป็นทั้งห้องพักและห้องแต่งตัวของดาราชาย กำแพงสองด้านของห้องเป็นแบบโปร่งใส ด้านหนึ่งมองออกไปเห็นสวนดอกไม้ริมระเบียง อีกด้านหนึ่งเป็นท้องทะเลสีฟ้าครามสวยสดงดงาม

ลมทะเลเย็นฉ่ำพัดเข้ามาจากหน้าต่างทำให้รู้สึกแสนสบาย ภายในห้องดาราชายบางคนกำลังส่องกระจกดูความเรียบร้อยของตนเอง บางคนก็เริ่มจับกลุ่มพูดคุยกันว่า ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ ในครั้งนี้จะเป็นคนอย่างไร

เพื่อให้รายการน่าสนใจทีมงานจึงไม่เชิญดาราชายที่ยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์มาร่วมรายการ บางครั้งความคลุมเครือและจุดเปลี่ยนระหว่างผู้ชายแท้ๆ กับผู้ชายที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศกลับทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้นมากกว่า และยังช่วยเพิ่มความลึกลับกับความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ ทีมงานโฆษณาออกไปว่านี่ไม่ใช่การจับคู่ของผู้ชายสองคน แต่เป็น ‘มิตรภาพระหว่างผู้ชาย’ ใครที่ไหนจะเชื่อคำพูดเหลวไหลพรรค์นี้ แต่ก็ช่างเถอะ สิ่งที่คนดูจะได้เห็นก็คือความสัมพันธ์อันคลุมเครือระหว่างดาราชายกับเจ้าชายขี่ม้าขาวเท่านั้น

พิธีกรรายการเริ่มเดินนำตากล้องมาพูดคุยกับดาราชายบางส่วน ดาราชายบางคนที่กำลังแต่งหน้าอยู่ก็กรูเข้ามาร่วมวงด้วย

“พวกคุณคิดว่า ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ ในครั้งนี้จะเป็นแบบไหน” พิธีกรเริ่มถามคำถามอุ่นเครื่อง

“น่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในวงการธุรกิจการลงทุน” ดาราชายคนหนึ่งกล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ

“หรืออาจจะอยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์” อีกคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เป็นคำตอบธรรมดาที่ไม่มีสีสันมากนัก ส่วนมากก็ตอบตามๆ กัน

พิธีกรยื่นไมโครโฟนไปทางหนึ่งในสี่เจ้าชายน้อยแห่งวงการบันเทิง พร้อมกล่าว “เฝิงซิวเจี๋ยล่ะ คิดว่ายังไงครับ”

ความเป็นจริงพิสูจน์ให้เห็นว่าคนคนหนึ่งจะโด่งดังขึ้นมาได้ไม่ใช่อาศัยแค่ความสามารถของตัวเองเท่านั้น ในวงการที่ผู้คนมีความสัมพันธ์สลับซับซ้อนเช่นนี้ อีคิวเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี คำตอบของเฝิงซิวเจี๋ยน่าสนใจกว่าคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

มองแวบแรกเฝิงซิวเจี๋ยอาจจะดูไม่หล่อมาก แต่เมื่อพิศไปนานๆ กลับรู้สึกน่ามอง รูปร่างหน้าตาแบบนี้เมื่ออยู่ในจอทีวีก็ยิ่งขึ้นกล้อง นับว่าเป็นหนุ่มน้อยที่สุภาพหล่อเหลา เวลายิ้มก็มีเสน่ห์ดึงดูด

“ในเมื่อเป็น ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ ก็แสดงว่าต้องหล่อและรวยสิครับ” เฝิงซิวเจี๋ยพูดกลั้วหัวเราะ

พิธีกรหัวเราะตามแล้วถามต่อ “ไม่กลัวว่าจะแตกต่างจากที่จินตนาการไว้หรือ”

“รายการนี้จะช่วยลดระยะห่างระหว่างคนสองคนที่แตกต่างกันให้เข้าใกล้กันมากขึ้นไม่ใช่หรือครับ แต่ผมเชื่อสายตาของทีมงานอย่างพวกคุณว่าต้องไม่ทำให้พวกเราผิดหวังอย่างแน่นอน!” นอกจากจะมีอารมณ์ขันแล้วยังไม่ลืมยกยอทีมงานด้วย

จากนั้นพิธีกรก็ยื่นไมโครโฟนไปทางถังเฟิงที่จู่ๆ ก็ ‘มีชื่อเสียง’ ขึ้นมาในช่วงนี้แล้วถามชายหนุ่มบ้าง “ถังเฟิงล่ะ คุณคิดว่า ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ คนนี้จะเป็นยังไง เราทุกคนรู้แล้วว่าคุณเป็นเพื่อนสนิทของไมเคิล จิโน่ ได้รู้จักกับจิโน่แล้ว พอได้เจอผู้ชายคนอื่นคุณจะเกิดความรู้สึกแบบ…โอ้ ห่างกันคนละชั้นเลย อะไรแบบนี้หรือเปล่า”

“คุณพูดถึงไมเคิล จิโน่หรือ” ถังเฟิงมองกล้องพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “รู้อะไรไหม ความจริงแล้วจิโน่เป็นผู้ชายที่แย่มาก แต่ผมไม่อยากนินทาเขาออกกล้องตอนนี้หรอก”

เขาทำเป็นขยับเข้ามาใกล้กล้องและพูดเสียงเบาเหมือนกำลังกระซิบ “จิโน่ เจ้าหมอนี่เป็นคนที่ปากเสียมาก ดังนั้นผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นใคร ขอแค่เป็นคนที่พูดคุยกันได้เป็นปกติก็ดีกว่าจิโน่ทั้งนั้นแหละครับ”

“พวกเราได้ยินหมดแล้วนะครับ” พิธีกรพูดรับมุกของถังเฟิง

ถังเฟิงยืดไหล่ขึ้นแสร้งทำเหมือนว่าผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น บุคลิกท่าทางที่ดูมีอารมณ์ขันและเป็นธรรมชาติทำให้เคนกับหวังหนานและคนอื่นๆ ที่ดูอยู่หลังกล้องตะลึงงันไปตามๆ กัน ดาราใหม่บางคนชอบพูดเรื่องขำขันเพื่อทำให้คนดูรู้สึกประทับใจ แต่อารมณ์ขันที่เสแสร้งแกล้งทำกลับทำให้คนดูรู้สึกได้ง่ายๆ ว่าไม่เป็นธรรมชาติและจงใจมากเกินไป จนบางครั้งนอกจากจะไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ กลับให้ผลในทางตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป

กิริยาท่าทางและการพูดจาของคนคนหนึ่งมีความสำคัญมากแค่ไหน หากดูเพียงรูปลักษณ์ภายนอก คุณจะเห็นว่าในวงการบันเทิงมีคนหน้าตาดีมากมายที่เข้าวงการมาหลายปีแล้วแต่ยังเป็นแค่ดาราปลายแถว คุณอาจจะบอกว่ามันไม่ยุติธรรมเลยสำหรับเขาหรือเธอเหล่านั้น แต่ถ้าคุณได้เห็นการสัมภาษณ์หรือการแสดงของเขาหรือเธอแล้วคุณก็จะเข้าใจสาเหตุเอง

แน่นอนว่าในวงการบันเทิงมีดาราที่คนใหญ่คนโตคอยผลักดันออกมา แต่ส่วนใหญ่ถึงแม้จะลงทุนไปเป็นพันล้านก็ยังไม่ดัง คนดูเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะสามารถหลอกกันได้ง่ายๆ

“เมื่อก่อนฉันเคยเห็นการแสดงและการสัมภาษณ์ของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะถังเฟิงที่อยู่ในจอตอนนี้กับถังเฟิงคนก่อนมีหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะแล้วละก็ ฉันต้องคิดว่าพวกเขาเป็นคนละคนกันแน่นอน” หวังหนานวิเคราะห์อย่างจริงจัง “เด็กหัวดื้ออวดดีคนหนึ่งที่แกล้งทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ในตอนนี้กลับกลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่มีจิตใจเหมือนเด็ก”

สายตาเบนออกมานอกฉาก เคนที่ยืนกอดอกอยู่พูดหยอก “คิดว่าเขามีเสน่ห์ขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ”

หวังหนานคิดในใจ ‘เรื่องบางเรื่องมันก็เปรียบเทียบกันไม่ได้จริงๆ’

 

 

บทที่ 37

 

หลังจากสัมภาษณ์ดาราชายเสร็จแล้ว เวลาหนึ่งทุ่มตรงทุกคนต้องขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นดาดฟ้าของโรงแรมสกายการ์เดนเพื่อพบกับ ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ ถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะยังไม่เห็นหน้าตาของ ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยคาดเดากันอย่างเซ็งแซ่ว่าแขกรับเชิญพิเศษจะเป็นใคร ทีมงานก็ฉายคลิปวิดีโอสั้นๆ ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษที่แขกรับเชิญคนก่อนๆ ไม่เคยได้รับให้ทุกคนดู

แขกรับเชิญพิเศษคนก่อนๆ ได้รับการอะไรต้อนรับอย่างไรบ้าง ฉากหนึ่งฉาก เขียนป้ายแนะนำตัวแค่ไม่กี่ตัวก็เป็นอันจบ

ครั้งนี้ทีมงานถ่ายทำวิดีโอเพื่อแนะนำตัวแขกรับเชิญพิเศษ ในจอปรากฏภาพท้องทะเลอันงดงาม เกาะส่วนตัวรวมทั้งคฤหาสน์หรูที่ตากล้องถ่ายลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ท้องฟ้าสีครามกับน้ำทะเลบรรจบกันจนเห็นเป็นเส้นขอบฟ้าอยู่ไกลลิบ เกาะเล็กๆ แห่งนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเกาะชื่อดังที่ผู้คนชอบไปตากอากาศกันเลย คฤหาสน์หรูกินพื้นที่กว่าครึ่งของเนินเขาเตี้ยๆ กับชายหาดทั้งหมด ราวกับเป็นปราสาทในภาพยนตร์แฟนตาซี

คลิปสั้นๆ ง่ายๆ นี้เพียงพอแล้วที่จะทำให้เหล่าดาราชายตกตะลึงจนต้องอุทานออกมา

นอกจากภาพอันงดงามในคลิปวิดีโอแล้วยังมีเสียงดนตรีประกอบเพื่อเริ่มการแนะนำตัวแขกรับเชิญพิเศษด้วย นอกจากนี้ยังกล่าวถึงเฮลิคอปเตอร์ของแขกรับเชิญที่ให้ทีมงานยืมใช้ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทั้งที่พักและอาหารการกินของทีมงานซึ่งแขกรับเชิญเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด

แขกรับเชิญพิเศษมีเกาะส่วนตัวเป็นของตัวเอง มีคนรับใช้ทำความสะอาดที่พักบนเกาะให้เป็นประจำ คฤหาสน์หรูทำให้ผู้คนตาแทบถลน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยพบเจอคนร่ำรวย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รู้ว่าคนคนหนึ่งสามารถร่ำรวยได้ถึงขั้นนี้เชียวหรือ อยู่บนโลกใบเดียวกันแท้ๆ กลับรู้สึกราวกับว่าเป็นคนที่อยู่คนละโลก

คฤหาสน์ที่วิศวกรชื่อก้องโลกทุ่มเทจิตใจสร้าง ทั้งยังออกแบบให้สระว่ายน้ำเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกับมหาสมุทร เครื่องอำนวยความสะดวกในคฤหาสน์ล้วนเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง มีโรงภาพยนตร์ IMAX ส่วนตัว คนรับใช้ที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี พรมปูพื้นทอมือที่สั่งทำเป็นพิเศษ การตกแต่งหรูหรายิ่งกว่าพระราชวังเสียอีก สัตว์เลี้ยงก็ไม่ใช่สุนัขแต่เป็นสิงโต…

ถึงแม้ถังเฟิงจะเห็นคนมาเยอะและรู้จักคนมามากยังอดยอมรับไม่ได้ว่าแขกรับเชิญพิเศษครั้งนี้เรียกว่าเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับโลกเลยก็ว่าได้ และดูจากของตกแต่งภายในบ้านแล้วก็ถือว่ารสนิยมไม่เลว ท่าทางจะเป็นชายหนุ่มที่รู้จักเสพสุขในชีวิตและหลงตัวเองน่าดู อดรู้สึกไม่ได้ว่ารสนิยมออกจะคล้ายชาลส์อยู่มาก

กระทั่งถังเฟิงยังคิดว่าแขกรับเชิญพิเศษเป็นมหาเศรษฐี ดาราเล็กๆ คนอื่นย่อมตกตะลึงพรึงเพริดกันถ้วนหน้า ในวงการบันเทิงมักจะมีข่าวดาราสาวแต่งงานกับเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล หรือดาราชายสนิทสนมกับลูกหลานตระกูลมหาเศรษฐี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับแขกรับเชิญพิเศษรายนี้แล้ว เศรษฐีเหล่านั้นเรียกว่าเทียบกันไม่ติดฝุ่น ไม่ได้ห่างกันแค่นิดหน่อย แต่ห่างกันไกลลิบราวกับกำแพงเมืองจีนเลยทีเดียว

ถ้าได้รับความโปรดปรานจากแขกรับเชิญพิเศษคนนี้ อย่าว่าแต่จะได้แสดงหนังฟอร์มยักษ์เลย ความจริงไม่ต้องทำงานทำการ จะใช้ชีวิตหรูหราด้วยการเที่ยวรอบโลกแบบมหาเศรษฐีทั้งวันก็ยังได้ ทำไมต้องมาลำบากลำบนอยู่ในวงการแสดงนี้อีก ไม่ว่าจะถ่ายละคร ถ่ายหนัง หรือร้องเพลง ล้วนเป็นงานที่เหนื่อยไม่ต่างกัน

ตอนแรกมีดาราชายบางคนคิดว่าการมาร่วมรายการในซีซั่นนี้อาจทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี แต่ตอนนี้พวกเขาแอบดีใจอยู่ลึกๆ และเริ่มมีความหวังสักหนึ่งในสิบส่วนว่าจะได้เป็นคู่ของมหาเศรษฐี ความหวังนี้ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จกว่าการมีชื่อเสียงตั้งหลายเท่า

แค่ดูจากฐานะของแขกรับเชิญพิเศษ ไม่ต้องพูดถึงดาราเล็กๆ อย่างพวกเขาหรอก แม้แต่ซูเปอร์สตาร์ระดับประเทศผู้โด่งดังยังอดหวั่นไหวไม่ได้ เหล่าดาราที่ปฏิเสธการเข้าร่วมรายการเพราะเกรงว่าภาพลักษณ์จะเสีย เมื่อได้ชมรายการต้องรู้สึกเสียดายอยู่เป็นแน่

เมื่อหวังหนานและเคนที่อยู่หลังฉากได้เห็นปฏิกิริยาของเหล่าดาราชายก็รู้สึกพอใจมาก หวังหนานเอ่ยด้วยความชื่นชม “เคน ต้องชมคุณเลยที่สามารถหาชายหนุ่มที่เจ๋งขนาดนี้มาได้ แต่ในซีซั่นต่อไปคุณจะให้พวกเราทำยังไงต่อล่ะ จะไปหาชายหนุ่มระดับอภิมหาเศรษฐีแบบนี้มาจากไหนได้อีก”

เคนหัวเราะและบอกอย่างไม่ใส่ใจ “ปัญหาในอนาคตก็เก็บไว้ในอนาคตเถอะ เป้าหมายของพวกเราในตอนนี้ก็คือดันรายการ ‘คนรักในฝัน’ ให้ขึ้นไปถึงจุดสูงสุดต่างหาก”

 

การเตรียมงานเรียบร้อยแล้ว ดาราชายที่กำลังโด่งดังทั้งสิบขึ้นลิฟต์ตามคำสั่งของทีมงานไปยังชั้นดาดฟ้าของโรงแรม

ระเบียงกลางแจ้งอันกว้างใหญ่ ทิวทัศน์สวยงามของเมืองยามค่ำคืนกว้างไกลสุดสายตา บนท้องฟ้ามีดวงดาวเปล่งประกายระยิบระยับ บนพื้นดินมีแสงไฟสว่างไสว ลมเย็นที่พัดมาจากทะเลหอบเอากลิ่นดอกไม้ผสมกลิ่นดินมาด้วย สูดลมหายใจเข้าช้าๆ ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา

ถึงแม้จะขึ้นมาถึงระเบียงชั้นดาดฟ้าแล้ว แต่เหล่าดาราชายยังไม่ได้เจอแขกรับเชิญพิเศษ ตามกฎของรายการดาราชายจะต้องเข้าไปทักทายกับแขกรับเชิญพิเศษเรียงตามลำดับทีละคน สุดท้ายก็รับประทานอาหารเย็นร่วมกัน โดยแขกรับเชิญพิเศษจะเป็นผู้กำหนดตำแหน่งที่นั่งในการรับประทานอาหารตามลำดับความประทับใจ

หลังจากทักทายและรับประทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว แขกรับเชิญพิเศษจะมอบดอกกุหลาบเก้าดอก ดาราชายหนึ่งคนที่ไม่ได้รับดอกกุหลาบต้องออกจากรายการไปอย่างน่าเสียดาย

ดาราชายทั้งสิบคนยืนอยู่ตรงประตูระเบียง ด้านหน้าพวกเขามีดอกไม้ในกระถางขนาดใหญ่สองกระถางบดบังสายตาอยู่ แขกรับเชิญพิเศษนั่งรอพวกเขาอยู่ในตำแหน่งซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สวยที่สุดในโรงแรมที่หรูหราที่สุดของเมือง S

ถังเฟิงอยู่ตรงกลางๆ ของแถว ด้านหน้าเขามีคนหกคน เฝิงซิวเจี๋ยที่มีสิทธิ์ลุ้นมากที่สุดอยู่ลำดับที่สาม ดาราชายคนแรกดูหวาดหวั่นและตื่นเต้นเล็กน้อยขณะก้าวผ่านกระถางต้นไม้เพื่อไปพบกับ ‘เจ้าชายขี่ม้าขาว’ เป็นคนแรก

ส่วนเจ้าชายขี่ม้าขาวน่ะหรือ

ชายหนุ่มแต่งกายสุภาพเรียบร้อย ดูก็รู้ว่าเป็นลูกครึ่ง ท่วงท่าสง่างามราวกับชนชั้นสูงในยุโรป เขายืนอยู่หน้าโต๊ะอาหาร เขาไม่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวอะไรทั้งนั้น แต่ควรเป็นราชาผู้ทรงอำนาจและทรงอิทธิพลมากกว่า

ตอนที่กล้องมาถ่ายเขาขณะที่อยู่ในห้องพัก เขายกขาถีบเจ้าหมอนั่นออกไปทันที คิดว่าเขาเป็นลิงหรือไง

ตอนเขายืนรับลมอยู่บนชั้นดาดฟ้าเพียงคนเดียวอย่างเบื่อหน่าย ชาลส์เกิดความสงสัยว่าตอนนั้นเขากินยาอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงตัดสินใจโทรไปตอบรับคำเชิญของเคนที่ให้มาออกรายการปัญญาอ่อนพรรค์นี้ คนอย่างชาลส์ต้องการผู้ชายหรือผู้หญิงแบบไหนก็ย่อมได้ ทำไมจะต้องมานัดเดตกับดาราเล็กๆ พวกนี้ด้วย

ความรู้สึกนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อชาลส์ได้เห็นดาราคนแรกเดินกระบิดกระบวนเหมือนนกกระทาเข้ามา ดาราบ้าบออะไรกัน ถ้าเจอกันข้างนอกเขาคงไม่ชายตามองแม้แต่น้อย!

“สะ…สวัสดีครับ!” ดาราคนแรกที่ได้เจอชาลส์ตะลึงงันจนขยับไปไหนไม่ได้ ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้อยู่กับที่

พวกเขาคาดเดากันว่าผู้ชายที่เป็นมหาเศรษฐีจะต้องมีอายุสักห้าสิบหกสิบ ไม่ก็เจ็ดสิบแปดสิบโน่นเลย หรือไม่ก็อัปลักษณ์หรือเป็นโรคประหลาด แต่ลองดูชายหนุ่มสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้าคนนี้สิ โครงหน้าคมชัดสไตล์หนุ่มลูกครึ่ง เรือนร่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติและท่วงท่าอันสง่าผ่าเผยแฝงไปด้วยความป่าเถื่อนและเย็นชานิดๆ ที่ฉายชัดออกมาจากตัว

มหาเศรษฐีตามคำบรรยายในภาพยนตร์ก็น่าจะเป็นแบบนี้นี่แหละ

ชาลส์ทักทายนายนกกระทานั่นด้วยการเบ้ปากเล็กน้อย นายนกกระทาตัวจิ๋วตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ก้มหัวแล้วเดินหลบไปยืนอีกด้านหนึ่ง ดาราอะไรกัน พอมายืนอยู่ต่อหน้าชาลส์ กระทั่งลูกเป็ดขี้เหร่ยังเป็นไม่ได้ด้วยซ้ำ

จากนั้นดาราคนอื่นก็ทยอยเดินเข้ามา บ้างก็ดูขลาดเขิน บ้างก็กระตือรือร้น บ้างก็แสร้งทำเป็นเยือกเย็น บ้างก็แสร้งวางตัวสง่างามแบบชนชั้นสูง ชาลส์ที่ ‘อ่านคนมาแล้วนับไม่ถ้วน’ จึงแสร้งทำท่าทีเป็นสุภาพบุรุษ ทักทายดาราเหล่านั้นไปทีละคน ฟ้ายิ่งมืดลง ลมยิ่งแรงขึ้น เขายิ่งรู้สึกเบื่อหน่าย

ในบรรดาคนกลุ่มนี้นอกจากคนที่สามที่พอจะโอเคอยู่บ้าง คนที่เหลือไม่มีใครเข้าตาเลยสักคน คนที่เคนหามาเป็นดาราประเภทไหนกัน

ถังเฟิงล่ะ ทำไมถังเฟิงถึงยังไม่ออกมาสักที

ขณะที่ชาลส์เริ่มหมดความอดทน ชายหนุ่มที่เขารอคอยอยู่ก็เดินออกมาจากด้านหลังกระถางต้นไม้พอดี ก้าวย่างที่ไม่เร็วไม่ช้า แต่ตอนเงยหน้าขึ้นมาเห็นชาลส์ แววตาถังเฟิงฉายแววตกตะลึงแวบหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด ในสายตาคนอื่นคงคิดว่า ‘ถังเฟิงก็คิดว่าแขกรับเชิญคนนี้หล่อมากเหมือนที่พวกเราคิดนั่นแหละ’ คงคิดไม่ถึงหรอกว่า ดาราเล็กๆ คนหนึ่งจะรู้จักกับมหาเศรษฐีระดับนี้ได้

 

ชาลส์รู้สึกอารมณ์ดีตั้งแต่เห็นแววตกตะลึงในดวงตาของถังเฟิงแล้ว ฟ้าไม่ได้มืดเท่าไร ลมทะเลก็ไม่น่ารำคาญอีกต่อไป ชาลส์ที่กำลังจะหมดความอดทนเมื่อครู่นี้เริ่มยืดตัวผายอกอย่างเงียบๆ  เขามองถังเฟิงเดินทีละก้าวจนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาโดยไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของชายหนุ่มเลย

จำได้ว่าตอนแรกที่ทำสัญญาอยู่กับถังเฟิงหนึ่งเดือน เหตุผลแรกก็เพื่อความร่วมมือกับลู่เทียนเฉิน อีกเหตุผลหนึ่งคือรูปร่างหน้าตาของถังเฟิงก็พอใช้ได้ ในสายตาของชาลส์ยังจัดอยู่ในระดับที่ ‘พอใช้ได้’ เท่านั้น แต่พอมาดูอีกทีตอนนี้ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดี ตาคม จมูกโด่ง ดูดีไปหมด

ยิ่งดูก็ยิ่งต้องตา

“สวัสดีครับ” ถังเฟิงเดินขึ้นไปข้างหน้าและเป็นฝ่ายยื่นมือออกไปหาชาลส์ก่อน อีกฝ่ายยิ้มและจับมือตอบพร้อมออกแรงบีบเล็กน้อย

“สวัสดี” ชาลส์ตอบกลับด้วยคำเดียวกัน

ผู้ชายสองคนที่เคยร่วมเตียงเป็นเวลาหนึ่งเดือนมาเจอกันในสถานการณ์เช่นนี้ กลับวางท่าสงบเยือกเย็นผิดปกติ

หลังจากทักทายกันแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องแนะนำตัว

“ผมชื่อถังเฟิง” กล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆ

“นายเรียกฉันว่าชาลส์ก็ได้ เชิญ” ดูเหมือนจะไม่มีอะไรให้พูดคุยต่อ ชาลส์ปล่อยมือถังเฟิงเพื่อให้ชายหนุ่มไปยืนรวมกับดาราคนอื่นที่อีกด้านหนึ่ง

หลังจากถังเฟิงเดินไปแล้วดาราเล็กๆ อีกไม่กี่คนก็ทยอยเดินเข้ามา การพบกันและปฏิกิริยาระหว่างเขากับชาลส์ในสายตาของคนอื่นคงไม่มีอะไรพิเศษ มีเพียงพวกเขาสองคนที่รู้อยู่แก่ใจว่ากำลังคิดอะไรอยู่

แวบแรกที่ถังเฟิงเห็นชาลส์ เขารู้สึกตกใจมาก ด้วยนึกไม่ถึงว่าคนหนุ่มที่มีฐานะและการศึกษาดี อีกทั้งยังมีความทะนงตนอย่างชาลส์จะมาร่วมรายการ แต่พอย้อนคิดอีกที ได้ยินมาว่าเจ้าของสถานีโทรทัศน์รู้จักคนในวงการบันเทิงมากมาย มีเพื่อนเยอะ ไม่แน่ว่าชาลส์อาจจะได้รับคำเชิญจากเคนจึงยอมมาร่วมรายการ

ถึงแม้ถังเฟิงจะคิดว่าชาลส์ไม่น่าจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องมิตรภาพขนาดนั้น แต่การปรากฏตัวของชาลส์ก็ยังทำให้เขาตกตะลึงอยู่ดี ถ้าเจ้าหมอนี่ถีบเขาออกตั้งแต่รอบแรกคงขายหน้ามากแน่ เป้าหมายของถังเฟิงคือผ่านสามรอบแรกไปให้ได้ ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่ดวง

ถ้าชาลส์คัดเขาออกตั้งแต่รอบแรก หลังรายการจบเขาจะขอเตะผ่าหมากชาลส์สักที

ดาราชายทั้งสิบได้เจอกับชาลส์ครบทุกคนแล้ว ต่อมาเป็นการจัดตำแหน่งที่นั่งในการรับประทานอาหารเย็น อันดับแรกชาลส์เดินไปหยุดอยู่หน้าเฝิงซิวเจี๋ย ยื่นมือออกไปหาชายหนุ่มแบบสุภาพบุรุษและพาไปยังตำแหน่งที่นั่งที่อยู่ใกล้เขามากที่สุดทางด้านซ้ายมือ คนต่อมาคือหนุ่มน้อยหน้าตาดีที่จะเรียกว่าน่ารักก็ได้ และไล่ไปทีละคนจนครบทุกที่นั่ง

เหมือนเช่นเคย ที่นั่งของถังเฟิงไม่ถือว่าโดดเด่นแต่ก็ไม่ใช่จุดอับสายตาที่สุดเช่นกัน อยู่ตรงกลางๆ ของโต๊ะตัวยาว ไม่ได้อยู่ใกล้ชาลส์ แต่เป็นตำแหน่งที่เมื่อชาลส์เงยหน้าขึ้นมาจะสามารถมองเห็นได้ทันที

อาหารเย็นเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ดาราชายที่นั่งอยู่ใกล้ชาลส์มีโอกาสได้พูดคุยกับเขา บางคนถามชาลส์ว่าเกาะเล็กๆ นั่นซื้อมาจริงหรือเปล่า บางคนก็ถามว่าชาลส์ทำงานอะไร คำตอบของชาลส์ยังคงมีอารมณ์ขันเหมือนเช่นเคย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้กับชายหนุ่มผู้ร่ำรวยคนนี้มากขึ้นไปอีก ถังเฟิงคิดว่า เจ้าหมอนี่มาเพื่อเล่นสนุกหรือเปล่า แล้วก็ถือโอกาสออกเดตกับดาราชายหลายๆ คนไปด้วย ช่างดูเข้ากับความเป็นหนุ่มเจ้าสำราญของชาลส์ซะจริงๆ

ส่วนเขาซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่เคยมีความสัมพันธ์กับชาลส์มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะตกรอบแรก

ช่วงที่รับประทานอาหารเย็นถังเฟิงไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว เอาแต่ก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารและดื่มไวน์ เมื่อมื้ออาหารจบลงก็มาถึงช่วงท้ายของรายการตอนแรก และเป็นจุดพีกของรายการด้วย

ชาลส์จะมอบดอกกุหลาบเก้าดอก คนเดียวที่ไม่ได้รับดอกกุหลาบต้องตกรอบไป

 

 

บทที่ 38

 

คนเราต้องเลือกอยู่ตลอดเวลา ทางเลือกแต่ละทางล้วนนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ทางแยกหลายๆ แยกเมื่อประกอบรวมกันก็กลายเป็นร่างแหขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ‘ชีวิตคน’

เขา เขา แล้วก็เขา จะมีทางเลือกเช่นไร

ยามค่ำคืน เมฆดำลอยอยู่กลางท้องนภาสีน้ำเงินหม่น ลมเย็นๆ เปรียบเหมือนมือของใครสักคนที่คอยปัดให้เมฆดำลอยสะเปะสะปะ ในความมืดสลัวอันเลือนรางมีแสงไฟส่องสว่างอยู่กลางเมือง

รถยนต์สีดำสนิทแล่นช้าๆ มาจอดหน้าประตูโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมือง S  หนุ่มน้อยในชุดสีขาวทั้งตัวมองใบหน้าเลือนรางที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของชายหนุ่มข้างตัวแล้วเอ่ย “ผมขึ้นไปแล้วนะ”

“ไปเถอะ” น้ำเสียงของชายหนุ่มไม่ถึงกับเฉยชาแต่ก็ไม่อบอุ่น

เกอเฉินยื่นมือไปบีบมือชายหนุ่ม “เทียนเฉิน อย่าลืมเรื่องที่คุณรับปากผมนะ”

“อืม” ลู่เทียนเฉินตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หนุ่มน้อยเปิดประตูรถและเดินเข้าโรงแรมไปโดยมีบอดี้การ์ดตามไปส่ง ลู่เทียนเฉินที่นั่งอยู่ในรถกดปุ่มเลื่อนเปิดหน้าต่าง เขาชะโงกหน้าออกไปนอกรถและมองขึ้นไปยังชั้นสูงสุดของอาคาร บังเอิญจริงๆ ที่ถังเฟิงก็มาถ่ายรายการที่โรงแรมสกายการ์เดนเช่นกัน

รอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปาก ชายหนุ่มนั่งพิงเบาะและหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอย่างไม่รีบร้อน สูบไปไม่ถึงครึ่งมวนก็ยื่นทิ้งออกไปด้านนอก เขาเปิดประตูและเดินลงจากรถ ใช้เท้าเหยียบก้นบุหรี่บนพื้นที่มีลูกไฟดวงเล็กๆ ติดอยู่

“อีกสักพักพอเกอเฉินออกมาพวกนายก็รับเขากลับไปเลยนะ ถ้าเขาถามถึงฉันก็บอกว่าฉันมีธุระสำคัญต้องไปจัดการ” สั่งจบลู่เทียนเฉินก็เดินเข้าไปในโรงแรม

ขึ้นลิฟต์ตรงดิ่งไปถึงชั้นดาดฟ้า เมื่อถึงประตูทางเข้าชั้นดาดฟ้าก็เห็นทีมงานของรายการยืนเฝ้าอยู่ พวกเขาแจ้งให้ทราบเหมือนกับที่บอกลูกค้าโรงแรมคนอื่นๆ ว่าตอนนี้ชั้นดาดฟ้าของสกายการ์เดนมีการใช้งานอยู่ หลังเที่ยงคืนค่อยเปิดให้บริการตามปกติ ลู่เทียนเฉินหันหลังไปโทรศัพท์ หนึ่งนาทีให้หลังเขาก็ได้เดินเข้าไปยังระเบียงกลางแจ้ง

ขณะนั้นการถ่ายทำยังคงดำเนินต่อไปและกำลังจะถึงช่วงสำคัญที่สุด ชาลส์ดึงดอกกุหลาบเก้าดอกจากแท่นดอกไม้ด้านหนึ่ง เขาจะแจกดอกกุหลาบทั้งเก้าดอก คนที่ไม่ได้รับดอกกุหลาบต้องออกจากรายการไปอย่างน่าเสียดาย

ตอนที่เห็นชาลส์ ลู่เทียนเฉินรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย เขารู้ว่ารายการนี้มีรูปแบบอย่างไร และรู้ว่าเคนซึ่งเป็นผู้ผลิตของสถานีโทรทัศน์มีความสัมพันธ์อันดีกับชาลส์ แต่เขานึกไม่ถึงว่าคนอย่างชาลส์จะเห็นแก่เคนถึงขนาดนี้ เจ้าหมอนั่นตัดสินใจทำอะไรแปลว่าต้องมีเป้าหมายบางอย่าง

ชาลส์มาเพื่อเล่นสนุกหรือเพื่ออะไรกันแน่ สายตาของลู่เทียนเฉินมองผ่านผู้คนไปยังร่างของถังเฟิงที่นั่งเงียบๆ อยู่ข้างโต๊ะอาหาร ลู่เทียนเฉินหรี่ตาเล็กน้อย

 

ในห้องทำงานนอกฉาก เคนวางสายโทรศัพท์ หวังหนานถามด้วยความประหลาดใจ “เคน ใครกันน่ะ ถึงกับต้องเดือดร้อนคุณโทรไปคุยกับทีมงานด้านบน”

“ประธานแห่งเทียนเฉินกรุ๊ป ลู่เทียนเฉิน” เคนมองหน้าจอโทรศัพท์พร้อมหรี่ตายิ้ม “เท่าที่ผมรู้ประธานใหญ่ท่านนี้ไม่ค่อยไปเยี่ยมชมการทำงานของพนักงานในสังกัดมากนัก น้อยครั้งมากที่จะมาด้วยตัวเองแบบนี้ แต่บังเอิญว่าที่นี่คือโรงแรมสกายการ์เดน บางทีประธานลู่อาจจะเพิ่งเจรจาธุรกิจเสร็จแล้วผ่านทางมาพอดีก็ได้”

“ฟังน้ำเสียงของคุณแล้วดูเหมือนจะไม่ได้คิดแบบนั้นนะ” หวังหนานหัวเราะ ดึงแขนเสื้อเคนพร้อมกับชี้ที่หน้าจอ “แต่ว่าที่ลู่เทียนเฉินมาที่นี่อาจจะมาดูถังเฟิงก็ได้ จากอะไรหลายๆ อย่างในช่วงนี้ก็พอจะดูออกว่าเทียนเฉินกรุ๊ปตั้งใจจะดันถังเฟิง เพียงแต่ไม่รู้ว่าเจ้าชายขี่ม้าขาวคนนี้จะเก็บถังเฟิงไว้จนถึงรอบสุดท้ายหรือเปล่านี่สิ”

ภาพในจอ ชาลส์กำลังเริ่มแจกดอกกุหลาบ เขาแกล้งเดินวนรอบโต๊ะอาหารหนึ่งรอบเพื่อความตื่นเต้น จากนั้นก็มอบกุหลาบดอกแรกให้แก่หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักที่นั่งอยู่ข้างเขา หนุ่มน้อยคนนั้นแก้มแดง ก้มหน้าเอียงอายพร้อมพึมพำ “ขอบ…ขอบคุณครับ!”

“ไม่ต้องเกรงใจ นายน่ารักมาก ได้กินข้าวและพูดคุยกับนาย ฉันรู้สึกสนุกมาก” ชาลส์บอกพร้อมเสียงหัวเราะ

หวังหนานไม่แปลกใจกับการเลือกของชาลส์ เธอกล่าวว่า “เลือกให้ดอกไม้ตามลำดับที่นั่ง คนต่อไปก็ต้องเป็นเฝิงซิวเจี๋ยน่ะสิ?”

เฝิงซิวเจี๋ยหรือ คนส่วนใหญ่คิดว่าชาลส์จะมอบกุหลาบดอกที่สองให้กับเฝิงซิวเจี๋ยซึ่งเป็นหนุ่มน้อยน่ารักที่นั่งอยู่ข้างเขาเช่นกัน แต่ชาลส์กลับเดินไปยื่นดอกกุหลาบให้กับคนที่นั่งอยู่ปลายสุดอีกฝั่งของโต๊ะ ดาราชายที่คิดว่าตัวเองหมดหวังเสียแล้วดีใจจนหลั่งน้ำตาออกมา

‘แปะๆๆ! เคนมองจอพร้อมปรบมือชอบใจ “เกินคาดจริงๆ ทำให้รายการน่าติดตามมาก”

“แล้วก็ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ด้วย” หวังหนานว่าพร้อมหัวเราะร่วน

แต่เพียงไม่นานเธอก็หัวเราะไม่ออก หนึ่งดอก สองดอก สามดอก… กุหลาบหอมชื่นใจถูกส่งออกไปทีละดอก เมื่อชาลส์มอบกุหลาบดอกที่แปดออกไปแล้วในมือของเขาก็เหลือกุหลาบเพียงดอกเดียว คนที่ยังไม่ได้รับดอกกุหลาบเหลืออีกสองคน

คนหนึ่งคือเฝิงซิวเจี๋ยที่มีสีหน้าฝืดเฝื่อนแต่ท่าทางสงบเยือกเย็น อีกคนหนึ่งคือถังเฟิงที่ดูภายนอกสงบนิ่ง และภายในใจเขาก็นิ่งสงบจริงๆ ซะด้วย

เคนยกมุมปาก ชาลส์ยังคงเป็นเหมือนเคย ไม่ทำตามแผนที่วางไว้แถมยังทำเหนือความคาดหมายอีก รายการเพิ่งจะเริ่มตอนแรกก็กำจัดระเบิดลูกสำคัญทิ้งไปเสียแล้ว

ถ้าเลือกเฝิงซิวเจี๋ย ถังเฟิงที่ช่วงนี้เริ่มเป็นที่พูดถึงก็ต้องตกรอบ นับว่าน่าเสียดาย

ถ้าเลือกถังเฟิง กว่าพวกเขาจะเชิญเฝิงซิวเจี๋ยมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนแรกยังบอกกับผู้จัดการส่วนตัวของเขาว่ามีความเป็นไปได้มากที่จะอยู่ถึงรอบสุดท้าย ถ้าต้องออกไปตั้งแต่ต้น ตอนท้ายของรายการคงวุ่นวายน่าดู

“หวังหนาน ในฐานะของคนดูคนหนึ่ง คุณคิดว่าชาลส์จะเลือกใคร” เคนกอดอกมองชาลส์ที่อยู่ในหน้าจอ ชายหนุ่มผู้สง่างามและมีอารมณ์ขันหยิบกุหลาบดอกสุดท้ายแล้วเดินไปยืนอยู่ด้านหลังเฝิงซิวเจี๋ย ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเขาจะยื่นดอกกุหลาบ เขากลับก้าวช้าๆ ไปหยุดยืนอยู่ด้านหลังถังเฟิง ทำให้คนดูลุ้นระทึก

หวังหวานตอบด้วยความจริงใจ “เลือกเฝิงซวิเจี๋ยมั้ง เพราะเฝิงซิวเจี๋ยหน้าตาไม่เลว ชื่อเสียงดี ประวัติครอบครัวก็ดี”

ถ้าจะพูดกันจริงๆ เฝิงซิวเจี๋ยมีชื่อเสียงมากกว่าถังเฟิง ถึงแม้ช่วงนี้ถังเฟิงกำลังเริ่มเป็นที่พูดถึง แต่ก็แค่พูดถึงเท่านั้น ชื่อเสียงยังไม่แน่ไม่นอน อย่างว่าแหละ ยังไม่มีผลงานมารองรับ ชื่อเสียงที่มีย่อมเป็นความว่างเปล่า

แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือหวังหนานทายผิด และทุกคนในที่นั้นต่างต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน

ชาลส์ยืนอยู่ด้านหลังถังเฟิง เขาโน้มตัวลงให้ริมฝีปากอยู่ชิดใบหูของชายหนุ่ม เอ่ยด้วยเสียงทุ้มลึกและแฝงแรงดึงดูด น้ำเสียงนุ่มทุ้มนั้นชวนฟังมากในยามค่ำคืนเช่นนี้ “ที่รัก นายคิดถึงฉันไหม” ชาลส์ควบคุมเสียงให้เบาได้ดี มีเพียงพวกเขาสองคนที่ได้ยินคำพูดนี้

นอกจากตากล้องแล้ว หลายคนต่างกังขาว่าชาลส์พูดอะไรกับถังเฟิง เพราะจู่ๆ ถังเฟิงที่แสดงสีหน้าเรียบเฉยมาตลอดกลับผุดรอยยิ้มขึ้นตรงมุมปาก ทำให้คนที่ดูอยู่รู้สึกคันยิบๆ ในหัวใจด้วยความอยากรู้

ชาลส์วางมือข้างหนึ่งบนไหล่ถังเฟิง มืออีกข้างวางดอกกุหลาบลงบนจานสะอาดตรงหน้าชายหนุ่ม ท่าทางที่ดูสนิทสนมแตกต่างจากท่าทีเฉยๆ ที่ชาลส์แสดงต่อถังเฟิงในตอนแรกอย่างสิ้นเชิง

ไม่มีใครคาดคิดว่าเฝิงซิวเจี๋ยที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าจะอยู่ถึงรอบสุดท้ายกลับถูกคัดออกตั้งแต่รอบแรก ตอนนี้เหล่ากูรูในอินเตอร์เน็ตคงกำลังอยากร้องไห้ จินตนาการล่วงหน้าได้เลยว่าจะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เช่นไรหากรายการตอนแรกออกอากาศไปแล้ว เฝิงซิวเจี๋ยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ทันใดนั้นก็ลุกพรวดพราดเดินออกไปจากดาดฟ้า ผู้จัดการส่วนตัวและทีมงานบางส่วนรีบตามไป เป็นอย่างที่เคนคิดไว้ คงต้องไปเจรจากับต้นสังกัดของเฝิงซิวเจี๋ยแล้วจริงๆ

แต่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจเฝิงซิวเจี๋ยที่เดินจากไป ทุกคนล้วนจับจ้องทุกอิริยาบถของชาลส์และถังเฟิง ชาลส์ ‘ดูแล’ ถังเฟิงมากเป็นพิเศษ เขายื่นมือให้ชายหนุ่ม ถังเฟิงหยิบดอกกุหลาบแล้วส่งมือให้ชาลส์ด้วยความยินดี

“ผมแปลกใจมากนะ เฝิงซิวเจี๋ยเป็นชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติไม่เลวเลย ทำไมคุณถึงไม่เลือกเก็บเขาไว้ล่ะ” สิ่งที่ถังเฟิงอยากพูดก็คือ ในบรรดาคนเหล่านี้นอกจากตัวเขาแล้วก็มีเฝิงซิวเจี๋ยที่โดดเด่นมากที่สุด แต่ชาลส์กลับเก็บคนอื่นไว้แล้วปล่อยให้เฝิงซิวเจี๋ยหลุดออกจากรายการไป

ชาลส์จูงมือชายหนุ่มก้าวลงจากยกพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารและเดินเข้าไปในสวนดอกไม้ เขายื่นมือไปหักดอกกุหลาบพร้อมพูดเสียงเบา “โธ่ ถังสุดที่รัก นายก็รู้ว่าฉันรักนายคนเดียว ในสายตาของฉัน คนอื่นก็เป็นเหมือนต้นหญ้าที่ขึ้นรกอยู่ในกอกุหลาบ ยิ่งมีมากก็ยิ่งไม่น่าสนใจ ฉันต้องกำจัดพวกมันทิ้งไม่ใช่เก็บมันไว้ แล้วยิ่งต้นหญ้าที่สูงใหญ่สุดก็ยิ่งต้องรีบกำจัดทิ้งเป็นอันดับแรก ไม่อย่างนั้นมันอาจจะมาแย่งสารอาหารจากดอกกุหลาบที่ฉันรักมากที่สุด”

คำพูดนี้มีความนัยแฝงอยู่ ถังเฟิงหรี่ตา “ชาลส์ อย่าบอกนะว่าคุณมาร่วมรายการนี้เพราะผม”

“งั้นฉันก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะบอกนายว่า ฉันมาร่วมรายการนี้ก็เพราะนาย นายถูกตาต้องใจแถมดีเลิศขนาดนี้ หน้าตาก็ดีไม่มีที่ติ ฉันไม่ยอมให้ผู้ชายคนไหนที่คุณสมบัติเทียบฉันไม่ได้มาเด็ดดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคมของฉันไปเป็นอันขาด” คำพูดของชาลส์ทำไมฟังดูแปลกๆ แค่บอกว่ายอมให้แค่คนที่ดีเลิศกว่าเขาก็พอแล้วไหม

หรือจะมีความหมายแฝงว่า ในโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนดีเลิศไปกว่าเขาอีกแล้ว? หลงตัวเองจริงๆ

“เอาเถอะ พ่อโจรเด็ดบุปผา[1] แล้วทีนี้คุณต้องการจะทำอะไร” ทีแรกคิดว่าสัญญาสิ้นสุดแล้วก็คงจบกันไป แต่นึกไม่ถึงว่าชาลส์จะขีดเส้นชะตามาผูกชีวิตของพวกเขาเข้าไว้ด้วยกันอีก ถังเฟิงไม่รู้ว่าเขาควรจะกังวลใจหรือดีใจกันแน่ สำหรับตัวเขา เรื่องในอนาคตก็ค่อยว่ากันในอนาคตละกัน แต่ตอนนี้ต้องอัดรายการให้เสร็จเสียก่อน

“มอบช่อดอกกุหลาบให้นาย” ชาลส์หยิบดอกกุหลาบขึ้นมากำหนึ่ง ถอดเนกไทมามัดดอกกุหลาบทั้งหมดไว้ด้วยกัน ท่าทางช่ำชองมาก เพียงครู่เดียวก็กลายเป็นช่อดอกไม้สีแดงสด เขายิ้มแล้วยื่นช่อดอกไม้ให้ถังเฟิง “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันเลือก”

 

 

บทที่ 39

 

“คัต! เยี่ยม วันนี้ถ่ายเสร็จแล้ว ขอบคุณทุกคนมาก เหนื่อยกันแล้ว”

ดาราชายหลายคนที่ได้รับดอกกุหลาบยังไม่อยากกลับ แถมยังทำใจกล้าจะเข้าไปคุยกับชาลส์ แต่ทีมงานซึ่งได้รับคำสั่งจากผู้บริหารรีบมาขวางไว้ก่อน โดยบอกว่าทุกคนต้องออกจากพื้นที่ อย่าสร้างความวุ่นวายให้ทีมงาน ดาราชายบางคนจึงทำได้เพียงเดินจากไปพร้อมความไม่พอใจ ก่อนไปยังไม่วายส่งสายตาขุ่นเคืองไปยังถังเฟิงที่ยืนกอดช่อกุหลาบอยู่กับชาลส์

ตอนจบของรายการวันนี้เกิดความพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง ตอนแรกไม่มีใครคิดว่าชาลส์จะตัดเฝิงซิวเจี๋ยออกเป็นคนแรก และยิ่งนึกไม่ถึงว่าชาลส์จะทำอะไรที่โรแมนติกขนาดนั้นในตอนท้าย

ทีมงานเริ่มทยอยออกจากดาดฟ้าของโรงแรมสกายการ์เดนแล้ว แต่ก็ไม่มีใครเร่งรัดให้ถังเฟิงและชาลส์ออกจากพื้นที่ และที่แน่ๆ คือยังมีกล้องถ่ายทั้งคู่อยู่

ชาลส์ไม่ใส่ใจสักนิด อย่างไรเคนก็ต้องนำเทปที่ตัดต่อเสร็จแล้วมาให้เขาดูก่อนอยู่ดี เขายอมให้คนดูได้เห็นบางส่วนในรายการ แต่บางเรื่องก็ไม่ยอมปล่อยให้คนอื่นเอาไปซุบซิบนินทาเพื่อความบันเทิงเด็ดขาด

ชาลส์ดึงเครื่องบันทึกเสียงที่ติดอยู่บนตัวเขาออก และดึงไมโครโฟนของถังเฟิงออกไปด้วย

“ถังสุดที่รัก ฉันคิดว่าพอนายได้เจอฉันหรือได้ยินคำสารภาพของฉันแล้วจะรู้สึกประหลาดใจบ้าง ถึงแม้ท่าทีไม่แยแสของนายจะทำให้ฉันหลงใหลคลั่งไคล้ แต่มันก็สร้างความผิดหวังให้ฉันอยู่เหมือนกันนะ” ชาลส์มองชายหนุ่มตรงหน้าที่มีความสูงพอๆ กับเขาแล้วก็รู้สึกดีมาก ถึงแม้นกน้อยเกาะอิงแนบคนจะไม่เลว แต่พอเจอมากๆ เข้าก็น่ารำคาญได้เช่นกัน

ถังเฟิงดมดอกกุหลาบในอ้อมกอด แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ดอกไม้สวยมาก ขอบคุณครับ”

“ฉันเป็นผู้ชายคนแรกที่ให้ดอกไม้นายใช่ไหม” ชาลส์หัวเราะร่าเริง ให้ตายเถอะ พอได้มองถังเฟิงในระยะประชิดขนาดนี้เขาชักอยากจะตระกองกอดชายหนุ่มแล้วจูบหนักๆ สักครั้ง สุดท้ายก็ลากขึ้นเตียงออกศึกสักสามร้อยยก อยู่บนเตียงด้วยกันสักสามวันสามคืน

ชายหนุ่มตอบอย่างไม่เกรงใจราวกับราดน้ำเย็นใส่ชาลส์ “ผมคิดว่าไม่ใช่”

เมื่อก่อนเขาเคยได้รับดอกไม้จากแฟนภาพยนตร์จำนวนไม่น้อย ไหนจะเพื่อนผู้ชายที่ส่งมาให้อีก บางครั้งนอนป่วยอยู่ที่บ้านก็ได้รับดอกไม้เป็นกองๆ

ชาลส์ฉีกยิ้ม “ถังสุดที่รัก ความเย็นชาของนายทำให้ฉันเจ็บปวด นายรู้ไหมว่าหลังจากที่นายจากฉันไป ฉันก็คิดถึงนายทุกวัน ค่ำคืนที่ไม่มีนายอยู่ด้วยมันทรมานจริงๆ  ฉันแทบจะถูกแช่แข็งตายเพราะความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว นายจะช่วยกอดฉันหน่อยได้ไหม”

อันธพาลก็คืออันธพาล คนอย่างชาลส์ถือว่าเป็นอันธพาลในคราบสุภาพบุรุษที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาดีและมีความคิดเป็นของตัวเอง นอกจากครั้งแรกที่บังคับถังเฟิงด้วยการใช้ยานอนหลับแล้ว หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เคารพการตัดสินใจของเขามาตลอด นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ถังเฟิงอยู่กับชาลส์ได้จนครบหนึ่งเดือน

ถังเฟิงเลิกคิ้วแล้วกล่าวเสียงเบาพร้อมรอยยิ้ม “ผมคิดว่าคุณมีหลี่เวยอยู่แล้วซะอีก หรือไม่ก็จ้าวเฉวียน หวังเฉวียน…”

“นายหึงหรือ” พอโดนถังเฟิงพูดเหน็บเข้าชาลส์ก็หัวเราะร่า ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นเปล่งประกาย “ถังที่รักของฉัน พอมีนายแล้วคนอื่นก็เป็นแค่ต้นหญ้าที่ไม่สะดุดตาฉันเลย ฉันอยากสลัดพวกเขาออกไปให้พ้นจากสายตาแทบแย่!”

ถังเฟิงเพียงแค่หัวเราะไม่ได้พูดว่าอะไร

ชาลส์ที่ถูกเมินเฉยถอนหายใจ เขาก้าวมาด้านหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับยื่นมือไปโอบรอบเอวชายหนุ่ม แล้วพูดข้างหูถังเฟิง “ที่รัก นายไม่คิดถึงฉันเลยหรือไง ฉันคิดว่าเวลาที่พวกเราอยู่บนเตียงราวกับคู่สวรรค์สร้าง ย้อนคิดขึ้นมาทีไรก็ทำให้ฉันร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว …อ้อ ฉันว่าฉันคงเป็นผู้ชายที่ทำให้นายมีความสุขมากที่สุด จริงไหม”

ถังเฟิงยกช่อกุหลาบในมือขึ้นมาด้านหน้าจึงกันชาลส์ที่ทำท่าจะลวนลามเขาอยู่ให้พ้นออกไปได้ เขายิ้มและมองผ่านชาลส์ไปยังร่างของลู่เทียนเฉินที่นั่งอยู่ตรงแท่นดอกไม้โดยยังไม่ได้เดินหนีไปไหน

ลู่เทียนเฉินนั่งเงียบๆ อยู่ข้างแท่นดอกไม้ มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่สูบอย่างใจเย็นราวกับผู้ชมที่กำลังชมละครที่แสดงโดยถังเฟิงและชาลส์ในโรงละคร

“คุณเล่นพูดแบบนี้ ประธานลู่จะว่ายังไงล่ะ” ถังเฟิงยกลู่เทียนเฉินมาอ้าง ดูละครหรือ ดูละครอะไร นายซื้อตั๋วหรือยัง ไม่ได้ซื้อตั๋วแล้วยังมีหน้ามานั่งดูอยู่ได้

ขนาดเห็นลูกจ้างของตัวเองถูกลวนลามแล้วยังนั่งเฉยๆ อยู่ตรงนั้นได้อีก ทำตัวไม่สมกับเป็นนายจ้างเลยสักนิด

ตอนนั้น ‘ถังเฟิง’ ถือโอกาสพาลู่เทียนเฉินขึ้นเตียงตอนเขาดื่มจนเมา และยอมสละความบริสุทธิ์ของตัวเองให้แก่เขา นั่นก็เรียกว่าโดนมอมยาข่มขืน แต่เรื่องที่น่าอับอายพรรค์นี้ลู่เทียนเฉินคงไม่มีทางพูดถึงแน่นอน ชาลส์เองก็ไม่น่าจะรู้เรื่องนี้

แต่เมื่อชาลส์ได้ยินคำพูดของถังเฟิงในตอนนี้ ก็พานนึกไปถึงท่าทางที่ไม่มีความเขินอายแม้แต่น้อยของถังเฟิงขณะอยู่บนเตียง ถึงพอจะรู้อยู่บ้างว่าเมื่อก่อนถังเฟิงกับลู่เทียนเฉินมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาต่อกัน ภายในใจเขากลับรู้สึกแปลกๆ  ชาลส์ไม่ใช่คนที่มีนิสัยขี้หึง เพียงแต่นึกไม่ออกว่าในเมื่อลู่เทียนเฉินรังเกียจถังเฟิง แล้วทำไมก่อนหน้านี้พวกเขาถึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันได้

ถึงแม้เรื่องที่ถังเฟิงมาอยู่กับเขาหนึ่งเดือนเขาจะเป็นคนเสนอขึ้นมาเอง แต่ลู่เทียนเฉินก็พยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย ชาลส์เกิดความสงสัยอยู่ในใจ

ถังเฟิงไม่รู้ว่าชาลส์กำลังคิดอะไรอยู่ เขาโบกมือให้ลู่เทียนเฉินแล้วเอ่ยทัก “ลู่เทียนเฉิน มาถึงแล้วทำไมไม่มาทักทายกันบ้างล่ะครับ”

ถึงอย่างไรแถวนี้ก็ไม่มีคนอื่นอยู่ เรียกชื่อลู่เทียนเฉินเฉยๆ ก็คงไม่เป็นไร

“เห็นพวกนายกำลังกะหนุงกะหนิงกันอย่างมีความสุข ฉันจะเข้าไปขัดจังหวะได้ยังไง” ลู่เทียนเฉินยิ้มบางๆ

“นายกำลังขัดจังหวะอยู่นี่ไง” ชาลส์ขมวดคิ้ว

ลู่เทียนเฉินดับบุหรี่แล้วเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง “ถังเฟิง พรุ่งนี้นายต้องเข้าคลาสฝึกอบรม รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ ฉันบอกให้เสียวอวี่มารับนายแล้ว”

“ครับ” ถังเฟิงหันไปกล่าวคำลากับชาลส์แล้วเดินจากไป ชาลส์ขยับจะก้าวตามแต่ในที่สุดก็ไม่ได้ตามไป เขาหันไปจ้องลู่เทียนเฉินที่เข้ามาขัดจังหวะ

“นายจะเอายังไงกันแน่ คนที่เมื่อก่อนโยนทิ้งเหมือนขยะแต่ตอนนี้กลับคิดจะมาปกป้องหรือไง” ชาลส์เบ้ปากพร้อมยกมือขึ้นกอดอกอย่างอารมณ์เสีย คืนนี้เขาต้องนอนกอดผ้านวมอย่างว้าเหว่เดียวดายอีกแล้ว

ลู่เทียนเฉินเดินไปตบไหล่ชาลส์แล้วบอกพร้อมรอยยิ้ม “เมื่อก่อนก็คือเมื่อก่อน ตอนนี้ก็คือตอนนี้ ท่าทีที่ฉันปฏิบัติต่อถังเฟิงในอดีตกับตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เขามีความสามารถและมีศักยภาพพอที่จะเป็นซูเปอร์สตาร์ มาตอนนี้หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วเห็นนายหลงเขามากขนาดนี้ ฉันก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเอง ฉันจะดันผู้ชายคนนี้ขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด”

ชาลส์เดินไปข้างโต๊ะอาหารลากเก้าอี้ออกมานั่ง เปิดขวดไวน์แดงและรินใส่แก้วสองใบพร้อมบ่นพึมพำอย่างไม่ใส่ใจ “เมื่อก่อนนายสนับสนุนเกอเฉินไม่ใช่หรือ”

“เขาทำหน้าที่ของคืนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว” ลู่เทียนเฉินเดินไปนั่งลง

“อ้อ…นายนี่แน่จริงๆ ทำอีท่าไหนจู่ๆ อัลเบิร์ตถึงล้มเลิกความคิดที่อยากได้ตัวถังเฟิงไปได้” เขาเลิกคิ้วแล้วยกไวน์ขึ้นจิบ ก่อนพูดต่อ “พูดจริงๆ นะ เจ้าอัลเบิร์ตนั่นจู่ๆ ก็เปลี่ยนใจแบบนี้ฉันรู้สึกตั้งตัวไม่ติดยังไงพิกล เมื่อก่อนเห็นหลงเกอเฉินจะเป็นจะตาย พอเจอถังเฟิงกลับได้ใหม่แล้วลืมเก่าซะงั้น ฉันไม่อยากมีรสนิยมเหมือนกับคนโรคจิตแบบนั้นเลย”

ลู่เทียนเฉินยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม “นายก็พูดอยู่ว่าเขาเป็นพวกโรคจิต ความคิดของเขาก็ต้องต่างจากคนทั่วไปอยู่แล้ว ฉันก็แค่เอารูป เพลง แล้วก็วิดีโอของถังเฟิงสมัยก่อนส่งไปให้อัลเบิร์ตดู”

ถังเฟิงคนก่อนกับถังเฟิงในตอนนี้แตกต่างกันลิบลับ จึงทำให้อัลเบิร์ตรู้สึกผิดหวังมาก

“ถ้าอย่างนั้นก็หวังว่าเขาจะรีบไปจากที่นี่ซะที” ส่วนเรื่องอื่นชาลส์ไม่ใส่ใจ

 

ด้วยแผนการตลาดที่ทำงานสอดประสานกันพอดิบพอดี เทปแรกของคลาสฝึกอบรมซูเปอร์สตาร์และรายการคนรักในฝันตอนแรกออกอากาศถัดกันไปเพียงหนึ่งวัน กระแสตอบรับหลังจากรายการออกอากาศครึกโครมยิ่งกว่าที่ผู้ผลิตรายการจินตนาการไว้

ในคลาสฝึกอบรมซูเปอร์สตาร์ สิ่งที่ผู้คนพูดกันมากที่สุดก็คือการแสดงของถังเฟิง นี่ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย หากเปรียบเทียบคลาสฝึกอบรมซูเปอร์สตาร์เป็นเหมือนชั้นเตรียมอนุบาลของเด็กที่เพิ่งเข้าโรงเรียน ถ้าเช่นนั้นถังเฟิงก็เปรียบเสมือน ‘เด็ก’ ที่มีประวัติการศึกษาระดับสูงจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในต่างประเทศ เมื่อมาอยู่รวมกับเด็กๆ ทั่วไปย่อมต้องโดดเด่นเป็นธรรมดา

เทปของคลาสฝึกอบรมซูเปอร์สตาร์ตอนที่หนึ่งฉายเฉพาะวิชาเต้นรำ ภาพการเต้นรำคู่กันระหว่างถังเฟิงกับครูฝึกทำให้หลายคนคลั่งไคล้จนต้องอุทานออกมาว่า ทำไมการเต้นรำของผู้ชายสองคนถึงสวยงามขนาดนี้ และตัวอย่างตอนต่อไปซึ่งเป็นวิชาขี่ม้าและวิชาดนตรีก็ทำให้ผู้คนตั้งตารออย่างใจจดใจจ่อ

ต่อมาก็คือรายการ ‘คนรักในฝัน’ ที่ออกอากาศถัดมา ฐานะมหาเศรษฐีของชาลส์เป็นที่ฮือฮามาก และการเลือกที่พลิกผันในช่วงท้ายยิ่งทำให้คนดูพูดถึงเรื่องนี้กันมากขึ้นไปอีก ตอนแรกเคนและทีมงานยังกังวลว่าแฟนคลับของเฝิงซิวเจี๋ยจะโวยวาย แต่โชคดีที่เสียงของแฟนคลับไม่ได้มีมากเท่ากับเสียงของมวลชนส่วนใหญ่

หลายคนลืมนึกถึงเฝิงซิวเจี๋ยไปเสียด้วยซ้ำ แต่กลับเฝ้ารอดูการพัฒนาความสัมพันธ์ของถังเฟิงกับชาลส์ ว่าในตอนต่อไปมหาเศรษฐีคนนี้จะยังเลือกให้ถังเฟิงอยู่ต่อหรือไม่ ทั้งสองคนจะมีฉากหวานซึ้งอะไรอีก

สองรายการรวมกันทำให้ชื่อของ ‘ถังเฟิง’ เข้าไปอยู่ในสายตาของประชาชนอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก

และนี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

[1] โจรที่ชอบคร่าพรหมจรรย์หญิงสาว โจรปล้นสวาท ผู้ร้ายหื่นกาม

 

 

 

[สิ้นสุดตัวอย่างให้อ่านตามที่สำนักพิมพ์ตกลงกับผู้แต่งในสัญญาลิขสิทธิ์ค่ะ]

Leave a Reply